แนวโน้มตลาดวันนี้ (13 มี.ค.) บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งพักตัว ราคาน้ำมันยังขึ้นต่อหลังผู้นำอิหร่านขู่จะใช้การปิดกั้นการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือกดดัน บ่งชี้การสู้รบยืดเยื้อ สร้างความเสี่ยงเงินเฟ้อ-ภาวะ stagflation ประเด็นติดตามต่าง ปท. วันนี้ รายงาน PCE สหรัฐ ส่วนใน ปท. การเปิดประชุมรัฐสภาช่วงปลายสัปดาห์ ทางเทคนิคดัชนีดีดตัวขึ้นทดสอบ 1430 ที่เป็นแนวต้านในระยะสั้น หากผ่านได้คาดไปต่อถึง 1440/1450 แต่หากยังไม่ผ่านมีแนวโน้มย่อตัวลงมา ประเมินแนวรับ 1385/1375
ประเด็นสำคัญ
• โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านประกาศว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซควรดำเนินต่อไปเพื่อเป็นเครื่องมือกดดันศัตรู และกล่าวว่าฐานทัพสหรัฐฯ ทุกแห่งในต.อ.กลางควรถูกปิดทันทีและขู่จะโจมตีหากยังคงเปิดทำการ ประเด็นดังกล่าวทำให้ตลาดกังวลภาวะอุปทานพลังงานชะงักจะยืดเยื้อต่อเนื่อง ด้านราคา Brent วานนี้ปรับขึ้น 8% สู่ระดับ US$99/bbl
• คริส ไรท์ รมว. พลังงานสหรัฐฯ เผยว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ ยังไม่พร้อมที่จะคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซในขณะนี้ เนื่องจากสหรัฐฯ กำลังมุ่งเน้นการโจมตีทรัพยากรทางทหารของอิหร่าน แต่มีความเป็นไปได้ที่กองทัพเรือสหรัฐฯ จะสามารถคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันได้ในช่วงปลาย มี.ค. นี้
• IEA เผยในรายงานประจำเดือนว่าการผลิตน้ำมันดิบในกลุ่มชาติอาหรับลดลงอย่างน้อย 10MBD (10% ของอุปทานโลก) และกำลังการกลั่นลดลง 3-4MBD เนื่องจากคลังน้ำมันใกล้เต็ม เส้นทางลำเลียงชะงัก และการถูกโจมตี แม้ IEA จะมีมติระบายน้ำมัน 400 ล้านบาร์เรล แต่ย้ำว่าเสถียรภาพในระยะยาวของตลาดน้ำมันจะขึ้นกับการยุติความขัดแย้ง, การกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และการคุ้มกันและรับประกันที่เพียงพอในการลำเลียง
• EU เตรียมจะผ่อนคลายกฎหมายที่เกี่ยวกับการนำเข้าก๊าซฯ ให้ยืดหยุ่นขึ้น ภายในวันที่ 18 มี.ค. โดยจะลดขั้นตอนทางธุรการเพื่อให้การนำเข้าสามารถเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและรักษาอุปทานให้เพียงพอต่อความต้องการ แต่แผนการเลิกพึ่งพาก๊าซฯ รัสเซียจะคงเป็นไปตามแผน มองประเด็นดังกล่าวจะช่วยผ่อนคลายราคาก๊าซฯ ได้เพียงเล็กน้อย ขณะที่ปัญหา LNG ตะวันออกกลางชะงักคงเป็นปัจจัยกดดันหลัก
• วันนี้ เวลา 10:00 น. รมว. คมนาคมในฐานะ ผอ. ศบก. จะเชิญ ผบห. โรงกลั่นหารือสาเหตุที่ค่าการกลั่นเพิ่มขึ้นมากถึง 4 บาทสู่ระดับ 6 บาท ส่วนการตรึงราคาดีเซลที่ 29.94 บาท/ลิตร เป็นเวลา 15 วันซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 16 มี.ค. นี้ ให้ติดตามการประกาศราคาในวันที่ 17 มี.ค. 2569
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมองวิกฤติในตะวันออกกลางกำลังยกระดับเข้าสู่ Scenario 3 (สงครามยืดเยื้อและขยายตัวระดับภูมิภาค) ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้ง SET จะเข้าสู่ภาวะ Bear Market และเสี่ยงเกิดแรงเทขายหนัก (Forced Sell) เพื่อโยกเงินไปพักในสินทรัพย์ปลอดภัยแทน (Safe Haven) อาทิ ทองคำ, USD และตราสารหนี้ระยะสั้น ส่วน GDP ไทยและ EPS SET ที่เดิมคาด 1.7% และ 95.7 บาท จะลดลงเป็น 1.1% และ 91 บาท ตามลำดับ ซึ่งหากอิง PER 14 เท่า ซึ่งเป็นระดับก่อนเงินทุนไหลเข้ารอบใหญ่ จะได้ SET ที่ระดับ 1275 จุด อย่างไรก็ดี มีโอกาสค่า Equity Risk Premium จะสูงขึ้น (Yield Gap แคบลง) จนทำให้ Valuation ถูก De-rating ลงไปเทรดที่ PER 12 เท่าในกรณีเลวร้ายที่สุด (Worst-case) ที่ระดับ 1100 จุด เพื่อสะท้อนเงินทุนที่ไหลออกอย่างรุนแรงได้ (ในอดีต SET เคยลงไปแตะระดับ 12 เท่าในช่วงวิกฤตหนักๆ เช่น COVID-19)
Daily Top Picks
PTTEP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันดิบ Brent ขึ้นแรงสู่ US$99/bbl จากกังวลอุปทานตึงตัว หลังอิหร่านขู่จะใช้การปิดกั้นการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือกดดันศัตรู ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์การขนส่งน้ำมันโลก อีกทั้งมองเป็นสินทรัพย์ Hedge เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้แก่พอร์ต เป้าหมายระยะสั้นที่ 149 บาท
ADVANC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากธุรกิจมีความเสี่ยงจำกัดต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตต่อทั้งในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเตอร์เน็ต ARPU มีแนวโน้มสูงขึ้น และต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลงจากฐานสูง และมี Upside จากการใช้ประโยชน์ผลขาดทุนสะสมทางภาษี เป้าหมายระยะสั้นที่ 377 บาท