หุ้นไทยวันนี้ จับตาผลประชุมกนง.คาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 1% และส่งสัญญาณแนวโน้มข้างหน้า ท่ามกลางธนาคารกลางทั่วโลกเร่งขึ้นดอกเบี้ยกดเงินเฟ้อ US Bond yield พุ่งขึ้น ทำให้เกิด Inverted yield curve อีกครั้ง กระทบเงินทุนไหลออก เป้นลบกับตลาดหุ้น ด้านราคาน้ำมันฟื้นตัว แนะเล่นหุ้นมีข่าวบวก ชู BEM GFPT
แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ (28 ก.ย.) ประเมิน SET อ่อนตัวลงแนวรับ 1,600 / 1,605 จุด ความกังวลเศรษฐกิจถดถอยเป็นปัจจัยหลักที่กดดันดัชนีต่อเนื่องหลังธนาคารกลางสหรัฐ (FED) และธนาคารกลางต่างๆเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อสกัดเงินเฟ้อซึ่งสะท้อนได้จากอัตราผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Bond yield) พุ่งขึ้น และทำ Inverted yield curve ส่งผลให้เงินทุนเคลื่อนย้าย (Fund flow) ไหลออก อย่างไรก็ตามแรงซื้อหุ้นที่มีข่าวเฉพาะตัวรวมถึงราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวขึ้นจะช่วยหนุนให้ดัชนีสลับรีบาวด์ขึ้นได้
วันนี้ (28 ก.ย.) ติดตามการประชุมกนง.คาดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็น 1%
กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy แนะนำหุ้น KBANK BBL SCB KTB TTB BLA TLI อานิสงส์ดอกเบี้ยขาขึ้น ส่วน AOT CENTEL ERW BA AAV อานิสงส์มาตการสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ และ CPF TU GFPT TFG เข้าสู่ High season การส่งออกและอานิสงส์เงินบาทอ่อนค่าลง
หุ้นแนะนำวันนี้
-BEM (ซื้อ/ราคาเป้าหมาย 11.50 บาท) มี Sentiment บวกหลังวานนี้ศาลชั้นต้นตัดสินยกคำฟ้องกรณี BTS ยื่นฟ้อง ผู้ว่าการ รฟม.และคณะในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข (TOR) การประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม สะท้อนการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มในช่วงที่ผ่านมาเป็นไปตามหลักกฎหมาย จึงทำให้ BEM มีโอกาสสูงที่จะได้เซ็นสัญญากับโครงการนี้
-GFPT (ซื้อ/ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 19 บาท) คาดได้ประโยชน์หลังจากญี่ปุ่นประกาศเข้าแทรกแซงค่าเงินเยน รวมถึงได้ประโยชน์จากการที่ญี่ปุ่นประกาศเปิดฟรีวีซ่าให้เข้าประเทศได้ตั้งแต่ 16 ต.ค.นี้ ช่วยหนุนดีมานด์ผลิตภัณฑ์จากไก่ของ GFPT เพิ่มขึ้น (ญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกคิดเป็น 48% ของ GFPT)
ประเด็นสำคัญวันนี้
(+/-) แบงก์ชาติประชุมคาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% แนะจับตามติเป็นเอกฉัณฑ์หรือไม่: เราคงมุมมองเดิมโดยคาดว่าแบงก์ชาติจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตามต้องดูมติของที่ประชุมว่าจะเป็นเอกฉัณฑ์หรือไม่เพราะปัจจัยดังกล่าวจะบ่งชี้
ทิศทางดอกเบี้ยในครั้งถัดไป และควรติดตามมุมมองของแบงก์ชาติต่อเงินเฟ้อ รวมไปถึงการปรับคาดการณ์ GDP ทั้งในปีนี้และปีหน้า
(-) คณะกรรมการเฟดยังสนับสนุนให้เร่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ: ล่าสุด นายบูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์กล่าวว่าจะยังสนับสนุนให้เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเพื่อคุมเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมาย และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดจะดีดตัวขึ้นแตะระดับ 4.5% สอดคล้องกับ นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานเฟดสาขาชิคาโกก็ออกมากล่าวในทิศทางเดียวกัน
(+) กลุ่มน้ำมัน - น้ำมันดิบ WTI ฟื้นตัวกังวลพายุเฮอริเคนกระทบการผลิตในอ่าวเม็กซิโก: ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.79 ดอลลาร์ (+2.3%) ปิดที่ระดับ 78.50 ดอลลาร์/บาร์เรล ผู้ผลิตน้ำมันดิบในอ่าวเม็กซิโก อาทิ บีพี และ เชฟรอน สั่งอพยพคนงานและปิดแท่นการผลิต เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากพายุเฮอร์ริเคนเอียนที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้อ่าวเม็กซิโกเบื้องต้นคาดว่าจะมีปริมาณการผลิตน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากแหล่งดังกล่าวลดลงประมาณ 11% และ 8% ตามลำดับ