EKH เปิดตัวรพ.คูน ด้วยงบลงทุน 160 ล้านบาท เน้นรักษาเฉพาะทาง Palliative Care เปิดบริการ ก.ย.นี้ คาดปี 2566 มีรายได้ประมาณ 80 ล้านบาท มั่นใจคืนทุนภายใน 7 ปี ชี้ภาพรวมบริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 15% เทียบช่วงก่อนโควิด
บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH เปิดตัวโรงพยาบาลคูน หรือ KOON Paliative Care Specialised Hospital ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางที่ให้การดูแลรักษาแบบ Palliative care แห่งแรกของประเทศไทย ดำเนินธุรกิจภายใต้ บริษัท เอกชัย เนอร์สซิ่ง โฮม จำกัด ซึ่ง EKH ถือหุ้นในสัดส่วน 100% ด้วยงบลงทุน 160 ล้านบาท เปิดให้บริการ ก.ย.65 เป็นต้นไป
นายแพทย์อำนาจ เอื้ออารีมิตร กรรมการและผู้อำนวยการโรงพยาบาล บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จุดเด่นของ KOON Paliative Care Specialised Hospital เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางขนาด 30 เตียง ที่เชี่ยวชาญด้านการรักษาแบบประคับประคอง ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาที่มีโรคร้ายแรงต่าง ที่บั่นทอนคุณภาพชีวิต ดูแลผู้ป่วยทั่วไปและผู้ป่วยระยะสุดท้าย มุ่งเน้นคุณภาพชีวิตของคนไข้และครอบครัว เป็นการดูแลครอบคลุมทั้งการ ใจ สังคม และจิตวิญญาณ ส่งผลให้คนไข้มีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อไป ภายใต้แนวคิด...Be near, be around, be with.
พร้อมเปิดดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 เป็นต้นไป คาดว่าในช่วง 6 เดือนแรก จะมีอัตราครองเตียงประมาณ 50-60% จะมีรายได้ราวเดือนละ 7 ล้านบาท และคาดว่าปีหน้า อัตราครองเตียงจะเพิ่มเป็น 70% ทำให้คาดว่าจะมีรายได้ตกปีละ 80 ล้านบาท ทำให้คาดว่าการดำเนินธุรกิจของโรงพยาบาลแห่งนี้จะสามารถคืนทุนได้ภายใน 7 ปี
และบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษา และมีแผนที่จะขยายโครงการโรงพยาบาลเฉพาะทางประเภท Palliative care เพิ่มขึ้นในอนาคต เพราะนักธุรกิจหลายคนที่สนใจจะร่วมทุน เพราะใช้ทุนไม่เยอะ เช่น ธุรกิจโรงแรม ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาหลายแห่ง ทั้งที่ เชียงใหม่ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สมุย และภูเก็ต เบื้องต้นต้องรอประเมินผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลคูน ในช่วง 6 เดือนแรกก่อนว่าเป็นอย่างไร
สำหรับภาพรวมธุรกิจของ EKH ในครึ่งหลังปี 2565 คาดว่าผลการดำเนินงานจะยังคงเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก แต่คาดว่าทั้งปี 2565 จะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 2564 เนื่องจากฐานรายได้ปี 64 ค่อนข้างสูง 1,2020 ล้านบาท จากรักษาโควิด แต่หากเปรียบเทียบกับฐานรายได้ช่วงก่อนโควิด ปี 2562 น่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 15%
ปัจจุบันบริษัท มีกระแสเงินสดในมือประมาณ 500 ล้านบาท สามารถขยายการลงได้อีกหลัก 1,000 ล้านบาท ซึ่งการลงทุนใหม่ๆ ยังมีการเจรจาอย่างต่อเนื่อง ทั้งโรงพยาบาล ศูนย์การแพทย์ หรือร่วมลงทุนกับพาร์ทเนอร์ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้