Market

กรุงเทพประกันภัย  ตั้งเป้าปี 69 เบี้ยโต 4% พุ่งแตะ3.26 หมื่นล้าน  เดินเกมรุกดูแลลูกค้าประกันรถต่ออายุ-ต่อยอดผลิตภัณฑ์สุดคุ้ม  มั่นใจ  BKIH   ทำกำไรโดดเด่น
18 มี.ค. 2569

ปี 2568 BKIH โดดเด่น ทำกำไรสุทธิกว่า 3,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 2.2% พร้อมจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีหุ้นละ 17.50 บาท จากผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งและทำลายสถิติของกรุงเทพประกันภัย พร้อมประกาศทิศทางปี 2569 ตั้งเป้าเบี้ยฯ 32,600 ล้านบาท เติบโต 4% ยกระดับการบริการด้วยเทคโนโลยี พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย  

 

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ BKIH ในปี 2568(ม.ค.-ธ.ค.) มีรายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.03 และมีกำไรสุทธิ 3,135.1 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 2.2 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 29.45 บาท สำหรับการจัดสรรเงินปันผลในปี 2568 บริษัทฯ จัดสรรเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว อัตราหุ้นละ 11.25 บาท และในงวดสุดท้ายของปี 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเสนอให้จ่ายเงินปันผล หุ้นละ 6.25 บาท รวมจ่ายเงินปันผลทั้งปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 17.50 บาท โดยมีอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ร้อยละ 5.8 และคิดเป็นร้อยละ 59.4 ของกำไรสุทธิต่อหุ้น 

 

ในส่วนของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลักของ BKIH ในปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.) มีรายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้านบาท และแม้ต้องเผชิญกับมหันตภัยใหญ่ที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินที่รับประกันภัยจากภัยแผ่นดินไหวและน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ กอปรกับมีต้นทุนการซื้อประกันภัยต่อที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับมหันตภัย กรุงเทพประกันภัยยังสามารถสร้างผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 3,121.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 และถือเป็นการทำกำไรสุทธิที่ทำลายสถิติเดิม โดยคิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานที่ 29.32 บาท และได้รับการยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินที่แข็งแกร่ง Credit Rating ระดับ A- (Stable) อย่างต่อเนื่อง จากสถาบันการจัดอันดับทางการเงินชั้นนำของโลก Standard & Poor’s (S&P)

 

สำหรับแนวโน้มของธุรกิจประกันวินาศภัยในปี 2569 สมาคมประกันวินาศภัยไทยคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.5-3.5 ซึ่งเติบโตเพิ่มขึ้นจากอัตราการเติบโตร้อยละ 2.3 ในปีก่อนหน้าโดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเติบโตได้ถึงประมาณร้อยละ 2.0 จากช่วงก่อนหน้าที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตประมาณร้อยละ 1.7 (ข้อมูลจาก สศช.) เนื่องจากรัฐบาลชุดเดิมสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้หลังการเลือกตั้งทั่วไป และคาดว่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูง ทำให้นโยบายเศรษฐกิจและโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐ สามารถดำเนินการไปได้อย่างต่อเนื่อง 


ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและนักลงทุน รวมถึงส่งผลบวกต่อเบี้ยประกันภัยรับที่จะเกิดจากโครงการภาครัฐด้วย นอกจากนี้ การเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา เช่น แผ่นดินไหวที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมาร์ และน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ยังเป็นแรงผลักดันให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันภัยทรัพย์สินมากขึ้น ขณะที่อัตราเบี้ยประกันภัยต่อของประกันภัยทรัพย์สิน แม้โดยรวมทั่วโลกจะมีแนวโน้มลดลง แต่ด้วยความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย ทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยต่อในประเทศไทยยังไม่ได้ลดลงไปในทิศทางเดียวกับตลาดโลกโดยรวม ซึ่งจะส่งผลบวกต่อธุรกิจประกันภัยในด้านเบี้ยประกันภัยที่ได้รับ โดยเฉพาะจากการประกันภัยทรัพย์สินขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ประกันภัยสุขภาพยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง จากการตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) เช่นเดียวกับประกันภัยการเดินทางต่างประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากความนิยมในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทย และมีแนวโน้มที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านค่อนข้างน้อย เนื่องจากจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยยังคงอยู่ในโซนเอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฮ่องกง ซึ่งไม่มีเส้นทางการบินผ่านตะวันออกกลาง 

 

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางทำให้ราคาพลังงานมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าครองชีพของผู้บริโภค เพิ่มแรงกดดันต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อยู่ในระดับจำกัดจากภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงมาก่อนหน้านี้ ผนวกกับความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ยังส่งผลต่อเนื่องมายังยอดจำหน่ายสินทรัพย์ เช่น บ้านอยู่อาศัยและรถยนต์ ขณะเดียวกันการแข่งขันของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะมีแนวโน้มลดลงในปีนี้ จากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นและการสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนรถ EV 3.0 ของรัฐบาล ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่ายรถยนต์โดยรวมที่อาจเติบโตชะลอตัวลงจากปีที่ผ่านมา ด้านเบี้ยประกันภัยทางทะเลและขนส่ง และเบี้ยประกันภัยจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกที่น่าจะได้รับผลกระทบจากมูลค่าการส่งออกที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตลดลง หลังจากการเร่งส่งออกในปีที่ผ่านมา เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ผนวกกับภาวะสงครามที่อาจทำให้ปริมาณการส่งออกสินค้าได้รับผลกระทบจากต้นทุนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น และภาวะสงครามมีแนวโน้มทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยการขนส่งสินค้าในส่วนที่คุ้มครองความเสียหายอันเกิดจากภัยสงคราม (War Risk) จะปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่มีทีท่าว่าจะยืดเยื้อ อาจส่งผลให้ผู้รับประกันภัยต่อในตลาดประกันภัยเครื่องบิน มีโอกาสปรับเบี้ยประกันภัยเพิ่มสำหรับความเสียหายต่อตัวเครื่องบินหรือความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีรายงานเครื่องบินถูกจับยึดโดยรัฐบาลคู่สงคราม หรือได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวนอกจากนี้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 อาจประกาศใช้ล่าช้ากว่ากำหนดประมาณ 3 เดือน เนื่องจากรอการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลให้การลงทุนภาครัฐในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 อาจต้องหยุดชะงัก และเบี้ยประกันภัยโครงการภาครัฐต้องเลื่อนออกไปในช่วงดังกล่าว อย่างไรก็ดี คาดว่าหลังจากนั้นจะดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องตามปกติ

 

Year of Fast and Flexible Mindset ปีแห่งการตอบสนองความต้องการของลูกค้า คู่ค้า และกลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจอย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น

 

จากที่บริษัทฯ ได้มุ่งพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับองค์กรสู่ความเป็นเลิศที่โดดเด่นและแตกต่าง ที่มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าและคู่ค้า ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความโดดเด่นผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายสอดรับกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการบริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

 

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 กรุงเทพประกันภัยได้ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 32,600 ล้านบาท เติบโต 4% โดยบริษัทฯ มีความพร้อมต่อยอดการดำเนินธุรกิจเพื่อขยายโอกาสสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพการให้บริการแก่ลูกค้าเดิม ภายใต้แนวคิด Fast and Flexible Mindset ที่มุ่งปรับรูปแบบการทำงานให้คล่องตัว รวดเร็ว และยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดจากแนวทางการดำเนินงานแบบเดิม และยกระดับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและคู่ค้า ทั้งในด้านการรับประกันภัย การขาย และการบริหารจัดการสินไหมทดแทน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มครองครอบคลุม พร้อมกำหนดระดับราคาที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับการยกระดับความรวดเร็วในการให้บริการผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

 

ขณะเดียวกัน ความยืดหยุ่นในการดำเนินงานยังคงตั้งอยู่บนพื้นฐานของวินัยในการรับประกันภัยและความสมเหตุสมผลทางธุรกิจ เพื่อรักษาระดับผลกำไรจากการรับประกันภัยให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม พร้อมขับเคลื่อนการทำงานด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์และความต้องการที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที โดยบริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของหลักธรรมและจรรยาบรรณ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้ลูกค้า คู่ค้า ผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนสังคมและสิ่งแวดล้อม ได้รับผลลัพธ์เชิงบวกจากผลิตภัณฑ์ บริการ และกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทฯ พร้อมเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนร่วมกัน

ต่อยอดผลิตภัณฑ์ประกันภัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
นางสาวลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการใหญ่กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบความคุ้มครองที่สอดรับกับพฤติกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในปัจจุบัน ผ่านกลยุทธ์ Lifestyle Insurance ที่มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัย ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในหลากหลายมิติ พร้อมเพิ่มทางเลือกด้านความคุ้มครองที่ตรงกับไลฟ์สไตล์และกิจกรรมที่แตกต่างกันของผู้บริโภคยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้ชีวิต การเดินทาง หรือกิจกรรมต่างๆ ที่กำลังได้รับความนิยม เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการความเสี่ยง และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสม

 

• ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 3+ Super Special

จากกระแสตอบรับที่ดีของแผนประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบริหารค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น บริษัทฯ จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3+ Super Special เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความคุ้มครองที่เหมาะสมในราคาที่เข้าถึงได้ โดยให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์จากการชนกับยานพาหนะทางบก พร้อมเพิ่มความพิเศษด้วยความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์จากภัยน้ำท่วม รวมถึงความคุ้มครองกรณีโจรกรรมทรัพย์สินภายในรถยนต์ และความเสียหายสิ้นเชิงของรถยนต์จากอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำหรือรถตกข้างทาง โดยมีทุนประกันภัยให้เลือกหลากหลายตามความต้องการของลูกค้า และให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 100,000 บาท เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 6,180 บาท

 

• ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ

ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากจำนวนคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการประกันภัยการเดินทางขยายตัวตามไปด้วย ขณะเดียวกันผู้เดินทางยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดระหว่างการเดินทางมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ โรคติดต่อ และภัยพิบัติที่อาจส่งผลให้การเดินทางล่าช้า โดยในปี 2568 ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศของบริษัทฯ มีอัตราการเติบโตสูงถึง 42%

 

พร้อมกันนั้น กรุงเทพประกันภัยได้ให้ความสำคัญกับเทรนด์ Pet Humanization เพื่อดูแลและสร้างความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าที่ดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว โดยในปี 2569 บริษัทฯ จึงได้พัฒนาประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ ที่เพิ่มความคุ้มครองสำหรับผู้เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง (สุนัขและแมว) ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงจากอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในต่างประเทศ ความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกอันเกิดจากสัตว์เลี้ยง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดการศพหรือการส่งศพสัตว์เลี้ยงกลับประเทศไทย นอกจากนี้ ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยฝากสุนัขหรือแมวไว้กับโรงแรมสัตว์เลี้ยงหรือศูนย์รับฝากเลี้ยงในประเทศไทย และเกิดเหตุเที่ยวบินล่าช้า ยังได้รับเงินชดเชยค่าใช้จ่ายในการฝากดูแลสัตว์เลี้ยงเพิ่มเติมอีกด้วย รวมไปถึงการเพิ่มความคุ้มครองใหม่สำหรับนักท่องเที่ยว อาทิ ค่าที่พักเพิ่มเติมกรณีเกิดภัยธรรมชาติ ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากภัยธรรมชาติ เงินชดเชยกรณีพลาดการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ด้วยเหตุจำเป็น เช่น คอนเสิร์ต พิพิธภัณฑ์ ตลอดจนความคุ้มครองกรณีอุปกรณ์กอล์ฟสูญหายหรือเสียหาย

 

• ประกันภัยโรคร้ายแรง

จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ส่งผลให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมองโป่งพองหรืออุดตัน โรคไตวายเรื้อรัง โรคสมองอักเสบจากเชื้อไวรัส โรคพาร์กินสัน และโรคอัลไซเมอร์ เป็นต้น ขณะที่การรักษาโรคเหล่านี้มักมีค่าใช้จ่ายสูงและต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงพัฒนาแผนประกันภัยโรคร้ายแรง เพื่อช่วยรองรับความเสี่ยง คลายความกังวล และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของลูกค้า โดยให้ความคุ้มครองครอบคลุม 11 โรคร้ายแรง รวมถึงโรคเบาหวาน 

 

จากกระแสการท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ประกอบกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่เน้นความรวดเร็ว บริษัทฯ จึงเพิ่มช่องทางการซื้อประกันภัยนักดำน้ำผ่านระบบออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น พร้อมมอบความคุ้มครองที่ครอบคลุม ไม่เพียงแต่กรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการดำน้ำเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความคุ้มครองถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจากโรคที่เกี่ยวข้องกับการดำน้ำ เช่น โรคจากการลดความดันอากาศ และอาการปอดโป่งพอง ตลอดจนความคุ้มครองกรณีเจ็บป่วยจากการเดินทาง อาทิ โรคทางเดินอาหาร ไข้เลือดออก ฮีตสโตรก และโรคลมแดด นอกจากนี้ ยังครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายเพื่อรับการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน ความเสียหายหรือการสูญหายของอุปกรณ์ดำน้ำเช่า รวมถึงกรณีโปรแกรมท่องเที่ยวดำน้ำถูกยกเลิกหรือปรับลดจำนวนวัน ทั้งนี้ มีแผนความคุ้มครองให้เลือก 3 แผน รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 10 - 70 ปี โดยมีเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 150 บาท

 

ประกันภัยเพื่อสังคม 

กรุงเทพประกันภัยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเข้าถึงระบบประกันภัยของประชาชนในวงกว้าง โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เข้าใจง่าย เงื่อนไขไม่ซับซ้อน พร้อมเพิ่มช่องทางการจำหน่ายที่สะดวกและเข้าถึงได้มากขึ้น ควบคู่กับการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสมกับกำลังซื้อของประชาชนในราคาย่อมเยา เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงความคุ้มครองด้านประกันภัยได้อย่างทั่วถึง

 

• ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย 599 

ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองที่อยู่อาศัยเบื้องต้นในรูปแบบไมโครอินชัวรันส์ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความคุ้มครองได้ในราคาประหยัด โดยมีเบี้ยประกันภัยเพียง 599 บาท ครอบคลุมความเสียหายทั้งไฟไหม้ ฟ้าผ่า และระเบิด สำหรับสิ่งปลูกสร้างประเภทอาคารคอนกรีต (มีผนังก่ออิฐถือปูนมากกว่า 80% ของพื้นที่ผนังทั้งหมด) ทุนประกันภัย 250,000 บาท และสำหรับอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ (มีผนังก่ออิฐถือปูน 50-80% ของพื้นที่ผนังทั้งหมด) ทุนประกันภัย 125,000 บาท

 

 กรมธรรม์ดังกล่าวยังให้ความคุ้มครองจากภัยธรรมชาติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว คลื่นใต้น้ำ สึนามิ และลูกเห็บ ฯลฯ รวมถึงความคุ้มครองการโจรกรรม 10,000 บาท และเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงของผู้เอาประกันภัยจากอุบัติเหตุภายในสถานที่เอาประกันภัยอีก 100,000 บาท โดยสามารถซื้อประกันภัยได้ทางเว็บไซต์ และช่องทางออนไลน์ต่างๆ ของบริษัทฯ ได้อย่างสะดวก ทั้งนี้ หากต้องการความคุ้มครองและวงเงินทุนประกันภัยที่สูงขึ้น สามารถเลือกประกันอัคคีภัยแผนรักษ์บ้าน ซึ่งมีตัวเลือกทั้งแบบมีความคุ้มครองภัยน้ำท่วม และไม่มีความคุ้มครองภัยน้ำท่วม เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละบุคคล

 

• ประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับผู้ที่ดูแลคนพิการ หรือคนพิการ/ผู้ป่วยติดเตียง 

ประกันภัยที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและความกังวลใจของผู้ที่ดูแลคนพิการหรือผู้ป่วยติดเตียง เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดจากอุบัติเหตุ โดยให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงรวมถึงค่ารักษาพยาบาล ตลอดจนให้ความคุ้มครองเงินช่วยเหลือให้แก่ครอบครัวในกรณีที่ผู้ดูแลหรือคนพิการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และพิเศษด้วยการเพิ่มความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลหรือค่าปรึกษาด้านสุขภาพจิต ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ของผู้ดูแลที่มักเผชิญกับความเครียดและความเหนื่อยล้าสะสม โดยถือเป็นผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มเปราะบางในสังคม

 

• ประกันภัยค่าชดเชยสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ 

ประกันภัยที่พัฒนามาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ไรเดอร์ (Rider) หรือผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างโดยเฉพาะ โดยมุ่งเน้นไปที่การช่วยดูแลผลกระทบด้านรายได้ สำหรับผู้มีรายได้ไม่แน่นอนและเข้าถึงประกันภัยได้ยาก พร้อมเพิ่มความอุ่นใจในการเดินทาง ด้วยเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 190 บาท โดยให้ความคุ้มครอง ดังนี้

 

- เงินชดเชยรายวัน กรณีเกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ และทำให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารบาดเจ็บ จนต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล (ชดเชยต่ออุบัติเหตุไม่เกิน 2 คน สูงสุดไม่เกิน 30 วัน/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง) วันละ 1,000 บาท

 

- เงินชดเชยปลอบขวัญ เนื่องจากรถจักรยานยนต์ชนกับยานพาหนะทางบก และเป็นฝ่ายถูก (ชดเชยไม่เกิน 3 ครั้ง/ปีกรมธรรม์) ครั้งละ 1,000 บาท ยกระดับการบริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า 

 

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก รวดเร็ว และการเข้าถึงบริการผ่านช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น กรุงเทพประกันภัยจึงนำเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการให้บริการและกระบวนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) มาสนับสนุนการทำงาน เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ความรวดเร็ว และพัฒนานวัตกรรมบริการ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม

 

นางสาวปวีณา จูชวน ผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าอย่างรอบด้าน โดยนำเทคโนโลยีและดิจิทัลโซลูชันมาสนับสนุนการให้บริการ พร้อมทั้งพัฒนารูปแบบการให้บริการที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย (Personalized Experience) เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการให้มีความสะดวก รวดเร็ว ตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า โดยในปี 2569 บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการต่างๆ  ดังนี้

 

• LINE OA Upgrade for Motor Claims ยกระดับการให้บริการลูกค้าด้วยระบบแจ้งเคลมรถยนต์แบบครบวงจรผ่าน LINE @bangkokinsurance เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และเสริมความอุ่นใจให้แก่ลูกค้า โดยสามารถรับทราบข้อมูลสำคัญต่างๆ จากการเคลมประกันภัยรถยนต์ได้อย่างต่อเนื่อง เช่น การแจ้งชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่สำรวจอุบัติเหตุที่จะเดินทางเข้าไปดูแล การส่งเอกสารใบแจ้งความเสียหายผ่านช่องทางออนไลน์ การแจ้งสถานะการประเมินความเสียหายของรถยนต์ ตลอดจนการติดตามสถานะการเคลมแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งแจ้งระยะเวลาการซ่อมและการจ่ายค่าสินไหมทดแทน นอกจากนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนา LINE OA for Partners เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและสนับสนุนการทำงานของตัวแทนและนายหน้า ให้มีความคล่องตัวและบริหารจัดการได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การดูแลลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและเต็มประสิทธิภาพ

 

• AI Claims บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนากระบวนการเคลมสินไหมทดแทน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้า และสนับสนุนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนทั่วไปให้เป็นไปอย่างรวดเร็วโดยระบบจะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการพิจารณาเคลมให้มีความคล่องตัวและแม่นยำมากยิ่งขึ้น สำหรับกรณีที่มีความซับซ้อน ระบบจะส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเพิ่มเติม โดยเทคโนโลยี AI ยังช่วยเสริมศักยภาพในการบริหารจัดการเคลมในสถานการณ์ที่มีการแจ้งเคลมจำนวนมากพร้อมกัน เช่น กรณีเกิดภัยพิบัติต่างๆ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการเคลมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้ความช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างทันท่วงที พร้อมจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายในระยะเวลาที่กำหนด

 

• AI Voice Analytics เทคโนโลยี AI ที่ช่วยวิเคราะห์บทสนทนาระหว่างลูกค้าและเจ้าหน้าที่เพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการและประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือเชิงรุกที่ช่วยยกระดับคุณภาพการให้บริการ โดยระบบ AI Voice Analytics สามารถประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากการสนทนา เพื่อนำมาประเมินคุณภาพการให้บริการ การสื่อสาร รวมถึงระดับความพึงพอใจของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งระบบยังสามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลลูกค้าผ่านระบบ CRM เพื่อสนับสนุนการให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งช่วยในการตรวจสอบคุณภาพการให้บริการและสนับสนุนการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน อันจะนำไปสู่การพัฒนามาตรฐานการบริการให้ดียิ่งขึ้นและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 

• ยกระดับเว็บไซต์ bangkokinsurance.com  สู่แพลตฟอร์มดิจิทัลที่มอบประสบการณ์แบบ Personalized Experience เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้ายุคใหม่ จากเดิมที่เว็บไซต์ให้บริการอย่างครบครัน  ทั้งการซื้อประกันภัย การแจ้งเคลมรถยนต์ การต่ออายุกรมธรรม์ การขอเอกสารลดหย่อนภาษี รวมถึงการค้นหาอู่และโรงพยาบาลในสัญญาโดยเว็บไซต์โฉมใหม่นี้จะเพิ่มเติมการนำเสนอคอนเทนต์ที่สอดคล้องกับความสนใจและความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้โดยอัตโนมัติ พร้อมแนะนำแผนประกันภัย โปรโมชัน ตลอดจนบทความและสื่อประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ตรงใจยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ลูกค้าไม่พลาดบริการสำคัญ เช่น การแจ้งเตือนต่ออายุกรมธรรม์ และการติดตามสถานะการเคลม พร้อมเชื่อมต่อข้อมูลกับแอปพลิเคชัน Bangkok Insurance และ LINE @bangkokinsurance เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการได้อย่างสะดวกและต่อเนื่อง

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com