สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนกรกฎาคม 2569
|
SET Index (สิ้นเดือน ก.ค.) 1,623.64 จุด +2% m-o-m |
มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน SET และ mai (ก.ค.) 87,397 ลบ. +105% y-o-y |
Dividend Yield เฉพาะ SET (สิ้นเดือน ก.ค.) 4.1% สูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชียที่ 2.8% |
ต่างชาติซื้อสุทธิ SET และ mai (y-t-d) 75,864 ลบ. ซื้อสุทธิ 48,864 ลบ. (ก.ค.) |
ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,623.64 จุด เพิ่มขึ้น 2% จากเดือนก่อนหน้า และ 28.9% จากสิ้นปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากเงินลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กลับมาทวีความรุนแรงขึ้น จนนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตสำรองของโลก และผลักดันราคาน้ำมันขึ้นแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณแสดงความกังวลความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ยังอยู่สูงกว่าเป้าหมาย สร้างแรงกดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกเผชิญการปรับฐานหลังราคาได้สะท้อนการคาดหวังกำไรระดับสูงแล้ว ประกอบกับความกังวลเรื่องความคุ้มค่าของการลงทุนในเทคโนโลยี AI ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปสงค์การใช้ทรัพยากรประมวลผลให้ลดลง
นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก CFA, FRM ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัดจากการปรับฐานของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากมีองค์ประกอบของ Sector ที่หลากหลาย อีกทั้งมีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนในหลายมิติ อาทิ การปรับเพิ่มประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2569 โดยกระทรวงการคลังจาก 1.6% สู่ระดับ 2.5% และการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทยโดยนักวิเคราะห์ มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2569 นอกจากนี้ มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหุ้นไทยในเดือนกรกฎาคมยังสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 อีกด้วย
ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนกรกฎาคม 2569
ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนกรกฎาคม 2569