แนวโน้มตลาด (20 พ.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งลง นลท.อยู่ในภาวะ risk-off หลัง Bond Yield ดีดตัวขึ้น กังวลเงินเฟ้อสูงจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่สถานการณ์ ตอ.กลางยังไม่แน่นอน หลัง ปธน.ทรัมป์กลับลำขู่โจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ อาจเกิดขึ้นเร็วสุดภายในสุดสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะประกาศเลื่อนไปอีก 2-3 วัน ขณะที่ประเด็นในประเทศ ครม. เห็นชอบมาตรการไทยช่วยไทยพลัส อาจช่วยประคองตลาดได้ช่วงสั้น ทางเทคนิคดัชนีแกว่งผันผวน แต่หากยังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันบริเวณ 1505 ได้ ยังเป็นสัญญาณที่ดีอยู่
ประเด็นสำคัญ
• ปธน. ทรัมป์ ขู่จะกลับมาโจมตีอิหร่านอย่างเร็วที่สุดในวันศุกร์นี้หลังเลื่อนโจมตีตามคำขอของกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ส่งผลให้ Bond Yield สหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นจากกังวลเงินเฟ้อสูง กดดันบรรยากาศลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ขณะที่ราคาน้ำมันดิบยังทรงตัวสูง มองบวกต่อเก็งกำไรสั้นในหุ้นพลังงานต้นน้ำ (PTTEP)
• ครม. อนุมัติ “ไทยช่วยไทยพลัส” มูลค่า 1.76 แสนลบ. ให้ผู้รับสิทธิ์กว่า 43 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน รับ 1,000 บาท/เดือน และประชาชนทั่วไป 30 ล้านคน ผ่านคนละครึ่งพลัส (รัฐอุดหนุน 60%) มูลค่า 1,000 บาท/เดือน เป็นเวลา 4 เดือน (มิ.ย.–ก.ย. 69) เปิดให้ลงทะเบียน 25-29 พ.ค. มองบวกต่อกลุ่มพาณิชย์และสินเชื่อ
• ธปท. สรุปภาพรวมธนาคารพาณิชย์ใน 1Q69 ยังมั่นคงและมีเสถียรภาพ สินเชื่อในระบบพลิก +0.2%YoY นำโดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่สินเชื่อ SMEs และสินเชื่ออุปโภคบริโภคยังหดตัว ส่วนคุณภาพสินเชื่อโดยรวมทรงตัวและเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นจาก New NPL ที่ชะลอลงในทุกพอร์ท มองบวกต่อกลุ่มธนาคาร
• ครม. อนุมัติมาตรการช่วยเหลือคู่สัญญาภาครัฐที่ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง เพื่อลดภาระต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับขึ้น โดยการผ่อนผันเกณฑ์การคำนวณเงินชดเชยค่าก่อสร้าง หรือ “ค่า K” ชั่วคราวระหว่างวันที่ 28 ก.พ.–30 ก.ย. 69 มองบวกต่อกลุ่มรับเหมาฯ (STECON, CK)
• จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมสัปดาห์ที่ 20 (11-17 พ.ค. 69) อยู่ที่ 469,173 คน เพิ่ม 1% YoY แต่ลดลง 1%WoW มองผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางจะชัดเจนมากขึ้นใน 2Q26 ขณะที่ ครม.อนุมัติยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน เป็น 30 วัน มองไม่น่ากระทบความต้องการเดินทาง เพราะค่าเฉลี่ยพำนักในไทยอยู่ที่ราว 10-15 วัน
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยมี Upside จำกัดที่แนวต้าน 1,530-1,550 จุด โดยในประเทศ แม้มีแรงหนุนจากกำไรรวมตลาด 1Q69 ที่แข็งแกร่ง และ Sentiment บวกจาก ครม.เตรียมพิจารณามาตรการไทยช่วยไทยพลัสในวันที่ 19 พ.ค. แต่มองถูกสะท้อนไปในดัชนีพอสมควรแล้ว ทำให้นักลงทุนจะกลับมาโฟกัสผลกระทบสงครามตะวันออกกลางที่จะฉุดรั้งกำไร 2Q69 ของ บจ. แทน ขณะที่การประชุม Trump–Xi แม้บรรยากาศจะเป็นบวกต่อ Sentiment การลงทุนระยะสั้น แต่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมยังจำกัดและไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในการแข่งขันระหว่างกันในระยะยาว อีกทั้งราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูงนาน เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจนผ่านภาวะเงินเฟ้อสูง ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
Daily Top Picks
BLA: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับขึ้นสนับสนุนรายได้จากการลงทุน ผลประกอบการปี 2569 มีแนวโน้มได้รับการสนับสนุนจากการทยอยรับรู้ CSM และรายได้จากการลงทุน Valuation น่าสนใจ ด้วย PE ที่ระดับ 5 เท่า เป้าหมายระยะสั้นที่ 23.30 บาท
CPALL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจาก ครม. อนุมัติโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” สนับสนุนการบริโภคผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและ “คนละครึ่งพลัส” รวม 1.76 แสนลบ. กำไรปกติ 2Q69 คาดจะเติบโตต่อเนื่อง YoY จากธุรกิจ CVS ที่แข็งแกร่ง เป้าหมายระยะสั้นที่ 48.25 บาท