แนวโน้มตลาดวันนี้ (1 เม.ย.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET ปรับขึ้น คาดหวังสงครามตะวันออกกลางใกล้ยุติ ปธน. ทรัมป์ระบุอาจถอนกำลังออกจากอิหร่านใน 2-3 สัปดาห์ หลังส่งสัญญาณยุติโจมตีอิหร่านแม้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดอยู่ ขณะที่ ปธน. อิหร่านเปิดโอกาสเจรจาเพื่อยุติสงคราม ส่งผลราคาน้ำมันร่วงลง กดดันหุ้นพลังงานต้นน้ำ แต่น่าจะหนุนหุ้นที่มีต้นทุนพลังงาน รวมทั้งหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ คาดปรับขึ้นตามหุ้น Tech สหรัฐฯ ทางเทคนิคหากดัชนีขึ้นผ่าน 1465 จะเป็นบวกในการปรับขึ้นต่อถึง 1475 แนวรับ 1435-1425
ประเด็นสำคัญ
• ปธน. ทรัมป์ ส่งสัญญาณพร้อมยุติการโจมตีอิหร่านแม้ช่องแคบฮอร์มุซยังปิดอยู่เพื่อเลี่ยงสงครามยืดเยื้อ ขณะที่ผู้นำอิหร่านเปิดกว้างรับการเจรจาภายใต้เงื่อนไขรับประกัน หนุนให้เมื่อคืนนี้ราคาน้ำมันดิบ Brent -3.2%DoD ระยะสั้นมองบวกต่อหุ้นที่มีพลังงานเป็นต้นทุน อาทิ สายการบิน (AAV, THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) หรือมีลูกค้าตะวันออกกลาง อาทิ ท่องเที่ยว (MINT ERW CENTEL) และรพ. ระดับบน (BH BDMS) แต่ลบต่อหุ้นพลังงานต้นน้ำ (PTTEP)
• นายกฯ เตรียมนำ ครม. ชุดใหม่ถวายสัตย์ฯ 6 เม.ย. และแถลงนโยบายต่อรัฐสภา 9-10 เม.ย. นี้ เพื่อเร่งแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ มองบวกต่อบรรยากาศการลงทุน โดยเฉพาะหุ้นที่รอการขับเคลื่อนจากนโยบายรัฐบาลใหม่ อาทิ กลุ่มรับเหมา (CK STECON) และกลุ่มพาณิชย์ (CPALL CPAXT TNP)
• กระทรวงการคลังเตรียมมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพ “ไทยช่วยไทยพลัส” โดยควบรวม "คนละครึ่ง + บัตรสวัสดิการฯ" เริ่มลงทะเบียน เม.ย. และใช้จริง พ.ค. 69 พร้อมนำ AI มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อต่อยอดด้านสินเชื่อ มองบวกต่อกลุ่มพาณิชย์ (TNP CPALL CPAXT) จากเพิ่มกำลังซื้อฐานราก
• รมว.คลัง เตรียมเสนอ ครม. ค้ำประกันเงินกู้กองทุนน้ำมันฯ เพิ่มเป็น 1.5 แสนลบ. (จากเดิม 4 หมื่นลบ.) เพื่อตรึงราคาดีเซลและลดภาระค่าครองชีพ ส่วนการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันกำลังอยู่ระหว่างพิจารณา มองช่วยชะลอการปรับขึ้นของราคาขายปลีกดีเซล ลดแรงกดดันต้นทุนขนส่งและต้นทุนการผลิตระยะสั้น
• จำนวนนักท่องเที่ยวสัปดาห์ล่าสุดชะลอตัวลง 6.7%WoW สู่ 6.3 แสนคน หลังจบเทศกาลถือศีลอด Eid al-Fitr แต่กลุ่มระยะไกล (ตะวันออกกลาง) เริ่มมีแนวโน้มเพิ่มความถี่ของเที่ยวบิน มองหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลายจะเป็นบวกกลุ่มท่องเที่ยวที่ปรับฐานลงมาแรง (MINT CENTEL ERW)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET ยังผันผวนสูงจากแรงขายลดความเสี่ยงหลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังตึงเครียด โดยทิศทางของ SET จะขึ้นกับผลการเจรจาเป็นสำคัญ โดยหากการเจรจาล้มเหลวหรือเกิดการเผชิญหน้าทางทหารรุนแรงขึ้นคาด SET มีโอกาสปรับตัวลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมหรือต่ำกว่าที่ 1,320-1,350 จุด แต่หากบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่ถาวรคาด SET มีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบที่ 1,500-1,530 จุด สะท้อนการกลับมาของความเชื่อมั่นลงทุนและการฟื้นตัวของกำไร บจ. ที่เคยถูกกดดันจากวิกฤติพลังงานก่อนหน้านี้ ท่ามกลางความผันผวนจึงทำให้กลยุทธ์ลงทุนยังแบ่งตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุน
Daily Top Picks
BDMS: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากความคาดหวัดผู้ป่วยต่างชาติจะกลับมาหลังสงครามตะวันออกกลางหลังเริ่มเห็นสัญญาณยุติลง โดยมีสัดส่วนราว 4% ของรายได้ และคาดเป็นเป้าหมาย Short Covering หลังตลาดกลับเข้าสู่ภาวะ Risk-on อีกครั้ง กำไรสุทธิปี 2569 ประเมินว่าจะเติบโต 7% เป้าหมายระยะสั้นที่ 19.20 บาท
MINT: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากสงครามตะวันออกกลางที่เริ่มเห็นสัญญาณยุติลงและคาดเป็นเป้าหมาย Short Covering การท่องเที่ยวในไทยและยุโรปมีแนวโน้มเป็นบวก ผลประกอบการคาดจะผ่านจุดต่ำสุดใน 1Q69 การจัดตั้งกอง REIT จะเสริมความแข็งแกร่งแก่งบดุล และลดภาระหนี้และดอกเบี้ย เป้าหมายระยะสั้นที่ 22.20 บาท