บล.เอเชียเวลท์ มองแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4 จะออกมาดีทั้งยอดขายปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นจากโครงการเอราวัณ ที่มีการเร่งดำเนินการผลิต และโครงการ Algeria HBR รวมถึงแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่เพิ่ม ให้ราคาเป้าหมาย 190 บาท
บล.เอเชียเวลท์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) จากมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในช่วงที่เหลือของปี 2565 จะยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ PTTEP ยังคงมีความน่าสนใจ พร้อมยังคงราคาเป้าหมายในปี 2565 ไว้ที่ 190 บาท
ทั้งนี้ บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 3Q65 อยู่ที่ 24,172 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% QoQ และเพิ่มขึ้น 153% YoY ดีกว่าคาด 27% เป็นผลมาจาก 1) ปริมาณขายเฉลี่ยต่อวัน 478,323 บาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.8% QoQ และเพิ่มขึ้น 14.7% YoY เป็นผลมาจากปริมาณขายใน G1 G2 และแหล่งผลิต MTJDA 2) ราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ (ASP) อยู่ที่ 53.7 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลง 3.5% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 21.3% YoY โดยราคาขายผลิตภัณฑ์ Liquid ที่ลดลงตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตาม ASP ปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากราคาก๊าซฯ ที่ปรับเพิ่ม โดยบริษัทมีราคาขายก๊าซฯ อยู่ที่ 6.2 เหรียญต่อ MMBTU เพิ่มขึ้น 1.3% QoQ และเพิ่มขึ้น 7.3% YoY และ 3) มีผลขาดทุนจากรายการพิเศษ แม้บริษัทจะรัรู้ Hedging gain แต่ถูกลดทอนด้วยผลขาดทุนจาการด้อยค่าสินทรัพย์ จากการขายโครงการในบราซิล 2 โครงการ ค่าใช้จ่าย Write-off โครงการในออสเตรเลีย และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยกำไรสุทธิ 9M65 อยู่ที่ 55,291 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96% YoY
แนวโน้มผลประกอบการใน 4Q65 ยังทรงตัวในระดับสูง มีทั้งปัจจัยบวกและลบ แต่ยังเชื่อว่า กำไรสุทธิ 4Q65 จะยังทรงตัว QoQ และเพิ่มขึ้น YoY โดย บล.เอเชียเวลท์ มอง 2 ปัจจัยบวกมาจาก 1) ยอดขายที่ปรับเพิ่มจากโครงการเอราวัณ ที่มีการเร่งดำเนินการผลิต และโครงการ Algeria HBR ทำให้เราคาดว่า ยอดขายปิโตรเลียมเฉลี่ยต่อวันใน 4Q65 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 5 แสนบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 5% QoQ และเพิ่มขึ้น 19% YoY และ 2) ราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ ที่ได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่ม โดย 4Q65QTD อยู่ที่ 91 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลง 6% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 16% YoY แนวโน้มราคาน้ำมันดิบมีโอกาสปรับเพิ่มจาก Season Demand และภาวะอุปทานที่ตึงตัว ทำให้เราคาดว่า ราคาน้ำมันดิบจะกลับมายืนเหนือระดับ 100.5 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 11% QoQ และเพิ่มขึ้น 18% YoY
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยจำกัดการฟื้นตัวของประกอบการจากต้นทุนผลิตที่คาดว่า จะปรับเพิ่มจากการเร่งดำเนินการผลิตปิโตรเลียมในโครงการเอราวัณ ทำให้เราคาดว่า ต้นทุนผลิตต่อหน่วย 4Q65 อยู่ที่ 33.9 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 17% QoQ และเพิ่มขึ้น 15% YoY
ด้านสัญญาป้องกันความเสี่ยง เราคาดว่า มีผลต่อผลการดำเนินงานไม่มาก แม้เราเชื่อว่า ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม แต่เป็นกรอบที่จำกัด โดยบริษัทยังมีสัญญาป้องกันความเสี่ยงคงเหลือ 4Q65 ประมาณ 8 ล้านบาร์เรล