Market

บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผลกองหุ้นไทย ES-EQUITY และกองทุน ThaiESG รวมมูลค่า 128 ล้านบาท
11 ก.ย. 2569

บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผลกองหุ้นไทย ES-EQUITY และกองทุน ThaiESG รวมมูลค่า 128 ล้านบาท
 
นายยิ่งยง เจียรวุฑฒิ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง เปิดเผยว่า บลจ.อีสท์สปริง เตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนภายใต้การบริหารจัดการจำนวน 2 กองทุน ประกอบด้วยกองทุนหุ้นไทย คือกองทุนเปิดอีสท์สปริง หุ้นทุน (ES- EQUITY)  สำหรับผลการดําเนินงานรอบระยะเวลาบัญชี 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ในอัตรา 1.20 บาทต่อหน่วย โดยกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 15 กันยายน 2569 และกองทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน (ThaiESG) คือกองทุนเปิดอีสท์สปริง SETESG (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนจ่ายเงินปันผล) (ES-SETESG-ThaiESG-D) สําหรับรอบระยะเวลาบัญชี 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ในอัตรา 0.30 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 17 กันยายน 2569  คิดเป็นมูลค่าเงินปันผลรวม 128,008,617 บาท
 
โดยกองทุนเปิดอีสท์สปริง หุ้นทุน (ES- EQUITY) ลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนทั้งในระยะยาวและระยะปานกลาง โดยลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของตลาดทุน ตลาดเงิน และภาวะเศรษฐกิจ
ในหลักทรัพย์ของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจที่ส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจโดยตรง ซึ่งได้แก่ ภาคการผลิต การส่งออก และบริการ รวมถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ โดยให้ความสำคัญกับธุรกิจที่มีส่วนช่วย สนับสนุนการขยายตัวและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดยส่วนรวมเป็นหลัก

นอกจากนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารแห่งทุน ที่เป็นหลักทรัพย์ของกิจการที่มีปัจจัยพื้นฐานดีหรือธุรกิจที่มีศักยภาพที่จะเติบโตสูง รวมถึงหลักทรัพย์ของกิจการที่จะได้รับผลบวกจากการเติบโตขยายตัวของภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ที่มีโอกาสของประเทศ


ทั้งนี้ กองทุน ES- EQUITY มีการจ่ายเงินปันผลต่อหน่วยลงทุนย้อนหลัง 5 ปี คือ ปี 2564 อยู่ที่ 1 บาทต่อหน่วย ปี 2565 อยู่ที่ 0.1600 บาทต่อหน่วย ปี 2566 อยู่ที่ 0.27 บาทต่อหน่วย เมื่อรวมกับจ่ายปันผลงวดนี้อีก 1.20 บาทต่อหน่วย รวมเป็นเงินจ่ายปันผลทั้งสิ้น บาทต่อหน่วย (ที่มา: บลจ.อีสท์สปริง ณ วันที่ 10 กันยายน 2569)
 
ส่วนกองทุนเปิดอีสท์สปริง SETESG (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนจ่ายเงินปันผล) (ES-SETESG-ThaiESG-D) มีนโยบายที่จะเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีผลตอบแทนรวม
SETESG Index เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีดังกล่าวโดยจะลงทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน โดยจะเลือกลงทุนเฉพาะในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยบนกระดานหลัก หรือกระดานเอ็มเอไอที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน โดยจะพยายามดำรงค่า tracking error: ไม่เกิน 1.00% ต่อปี โดยกองทุนมีการจัดตั้ง Class D – ชนิดจ่ายเงินปันผล เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2566 และมีการจ่ายเงินปันผลต่อหน่วยลงทุนครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569  อยู่ที่ 0.20 บาทต่อหน่วย และเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 0.20 บาทต่อหน่วย เมื่อรวมกับจ่ายปันผลงวดนี้อีก 0.30 บาทต่อหน่วย รวมเป็นเงินจ่ายปันผลทั้งสิ้น 0.70 บาทต่อหน่วย (ที่มา: บลจ.อีสท์สปริง ณ วันที่ 10 กันยายน 2569)


การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ การลงทุนในหน่วยลงทุนมิใช่การฝากเงิน และมีความเสี่ยงของการลงทุนผู้ลงทุนอาจได้รับเงินลงทุนคืนมากกว่าหรือน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกก็ได้ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.eastspring.co.th หรือโทร 1725 ในวันและเวลาทำการ หรือผ่านช่องทางการขายของบลจ.อีสท์สปริง หรือผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนที่ได้รับการแต่งตั้ง
โฆษณานี้ถูกว่าจ้างและได้รับการสนับสนุนโดย บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com