หุ้นไทยวันนี้ แนวโน้มอ่อนตัวตามตลาดต่างประเทศ ผวาเศรษฐกิจสหรัฐอาจถดถอยหลังเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย มีข่าวลบเพิ่มจากสหรัฐคุมส่งออกชิปไปจีน ฉุดกลุ่มหุ้นอีเล็กทรอนิกส์ร่วง สงครามยูเครนยืดเยื้อไม่จบ แนะเล่นหุ้นรายตัวที่มีข่าวหนุนและซื้อดักหุ้นผลงาน Q3 สวย จับตาหุ้นแบงก์นำร่องโชว์งบฯเดือนนี้
แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ (11 ต.ค.) ประเมิน SET อ่อนตัวลงแนวรับ 1,560 - 1,565 จุด ตามความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากหลายปัจจัยที่กดดัน เช่น การเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) และธนาคารกลางต่างๆเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ , สหรัฐออกมาตราการควบคุมการส่งออกชิปให้กับจีน และสงครามยูเครนที่ยืดเยื้อซึ่งเป็นลบต่อ Fund flow อย่างไรก็ตามคาดว่าแรงซื้อหุ้นที่มีข่ายเฉพาะตัวและแรงซื้อดักงบ ไตรมาส 3 (3Q22) จะช่วยหนุนให้ดัชนีสลับรีบาวด์ขึ้นได้
กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy แนะนำหุ้น MAKRO CPALL รับข่าวคลายความกังวลการเพิ่มทุน หุ้น AOT CENTEL ERW BA AAV BDMS BH SPA SISB อานิสงส์การเปิดประเทศ และ CPF TU GFPT TFG อานิสงส์ High season การส่งออกและเงินบาทอ่อนค่าลง
หุ้นแนะนำวันนี้
-BEM (ซื้อ/ราคาเป้าหมาย 11.50 บาท) กำไรสุทธิเป็นขาขึ้นคาดกำไรสุทธิปีนี้ที่ 2.6 พันล้านบาทเพิ่มขึ้น 167%yoy และคาดเพิ่มขึ้นเป็น 3.3 พันล้านบาทในปีหน้า จากจำนวนผู้เข้าใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินและทางด่วนที่เร่งขึ้นใกล้ระดับก่อน Pre Covid แล้ว
-GFPT (ซื้อ/ราคาเป้าหมาย 18.50 บาท) เราปรับคำแนะนำขึ้นจาก ถือ เป็นซื้อ คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3 (3Q22) ที่ 570 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 26%เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (3Q21) ขาดทุนสุทธิ 87 ล้านบาท
ประเด็นสำคัญวันนี้
(-) ดาวโจนส์ลดลงเป็นวันที่ 3 กังวลเศรษฐกิจถดถอยหลังเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย: คณะกรรมการเฟดยังแสดงความเห็นในเชิงสนับสนุนให้เฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อซึ่งเสี่ยงทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเกิดการถดถอย กดดันนักลงทุนเทขายหุ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดดัชนีดาวโจนส์ลดลงอีก 94 จุด ลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 และ น้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.51 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 91.13 ดอลลาร์/บาร์เรล
(+) กลุ่มอิเล็กฯ มี Sentiment ลบ สหรัฐควบคุมการส่งออกชิปไปจีนน้ำมัน: โดยมีเป้าหมายเพื่อจำกัดขีดความสามารถของจีนในการเข้าถึงชิประดับไฮเอนด์ซึ่งจีนอาจใช้ในการผลิตยุทโธปกรณ์ทางทหารที่ล้ำสมัย ปัจจัยนี้กดดันให้หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐลดลง อาทิ หุ้นอินวิเดีย ร่วงลง 3.36% หุ้นควอลคอมม์ ลดลง 5.22% หุ้นไมครอน เทคโนโลยี ร่วงลง 2.89%
(+/-) MAKRO ระบุไม่เกี่ยวข้องกับดีลซื้อ Metro ในอินเดีย: มองเป็นบวกต่อ MAKRO และ CPALL เพราะข่าวนี้จะช่วยปลดล็อกประเด็นของภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นรวมไปถึงการเพิ่มทุนหาก MAKRO ต้องเข้าซื้อกิจการดังกล่าว ซึ่งจะกระทบมายังสภาพคล่องของ CPALL ซือหุ้น MAKRO ที่ 34.97%