แนวโน้มตลาดวันนี้ ( 30 มกราคม ) บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดแกว่งไซด์เวย์ จิตวิทยาเงินทุนไหลเข้ากลับมาเป็นลบ หลังนลท.ต่างชาติขายสุทธิ 2 พันล้านบาท เฟดยังไม่ส่งสัญญาณลดดบ.เร็ว ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้นความกังวลสหรัฐโจมตีอิหร่านหนุนราคาน้ำมันสูงสุดในรอบ 4 เดือน อย่างไรก็ตาม หุ้นไทยที่ผ่านมามักให้ผลตอบแทนดีกว่าเอเชียในช่วงที่มีความเสี่ยง ส่วนสหรัฐหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานราชการได้ ทางเทคนิค ระยะสั้นพักตัวหลังไม่ผ่าน 1345 แนวรับที่ 1320/1310/1300 หากพักไม่นานไม่ควรลงหลุดต่ำกว่า
ประเด็นสำคัญ
• ปธน. ทรัมป์และแกนนำพรรคเดโมเครตในวุฒิสภา บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ โดยข้อตกลงดังกล่าวจะจัดสรรงบประมาณให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิเป็นเวลา 2 สัปดาห์เพื่อเปิดทางให้มีการเจรจาเพิ่มเติม
• ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ปรับขึ้นต่อเป็นวันที่ 3 ราว 3.4%DoD แตะระดับสูงสุดรอบ 4 เดือน จากกังวลอุปทานน้ำมันโลกชะงักงัน หากสหรัฐโจมตีอิหร่านซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 4 ของกลุ่มโอเปก มองเป็นบวกสั้นต่อหุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTTEP PTT TOP
• ราคาโพรพิลีนในเอเชียปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน หนุนโดยราคาโพรเพนที่ปรับขึ้นต่อเนื่องจากอากาศหนาวในซีกโลกเหนือ, อุปทานตึงตัวจากโรงงานหลายแห่งในจีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน หยุดซ่อม/เดินเครื่องลด และดีมานด์เร่งตัวเร่งซื้อก่อนตรุษจีน มองเป็นบวกระยะสั้นต่อผู้ผลิตที่ใช้แนฟทาเป็นวัตถุดิบเช่น SCC และ IRPC
• รฟท. เตรียมพิจารณาบอกเลิกสัญญา ITD ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน สัญญา 3-4 หลังเครนก่อสร้างตกทับขบวนรถไฟ พบผิดเงื่อนไขความปลอดภัย โดยหากยกเลิกต้องประมูลใหม่ใช้เวลาประมาณ 14 เดือน คาดเป็นบวกกับผู้รับเหมาขนาดใหญ่รายอื่น STECON CK ที่มีโอกาสได้งาน
• สกพอ.-UTA ลงนามข้อตกลงเริ่มต้นโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ และเดินหน้าพัฒนา Airport City-โครงสร้างพื้นฐาน โดยเอกชนยอมสละสิทธิ์เงื่อนไขกรณีต้องมีไฮสปีด 3 สนามบินก่อนเดินหน้า พร้อมออกหนังสือแจ้งเริ่มนับระยะเวลาโครงการ (NTP) ใน ก.พ. 69 คาดเป็นบวกกับผู้ถือหุ้น UTA อย่าง BA, BTS, STECON
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบ 1,270–1,360 จุด ปัจจัยในประเทศติดตามการไหลเข้าของ Fund Flow หลังกลับมาซื้อสุทธิในสัปดาห์ก่อน, การทยอยประกาศผลประกอบการ 4Q68 ของหุ้น Real Sector, นโยบายหาเสียงด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมืองซึ่งจะมีผลต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง ส่วนปัจจัยภายนอกติดตามความไม่แน่นอนเชิงนโยบายของ ปธน. ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศ (ตะวันออกกลาง, ยุโรปและจีน) ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดมีมติคงดอกเบี้ยตามตลาดคาดและยังไม่ได้ส่งสัญญาณการปรับลดดอกเบี้ยในอนาคต ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
Daily Top Picks
PTTEP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่ขึ้นสูงสุดในรอบ 4 เดือน หลังกังวลทรัมป์ขู่โจมตีอิหร่านกระทบอุปทานในตะวันออกกลาง ขณะที่ 4Q68 คาดเป็นไตรมาสที่กำไรสุทธิแข็งแกร่งที่สุดในปี 2568 จากกำไรพิเศษประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน Fx และการต่อรองราคาซื้อโครงการก๊าซฯ Touat ในแอลจีเรีย เป้าหมายระยะสั้น 127 บาท
OSP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากโมเมนตัมกําไรที่ดี โดย 4Q68 คาดมีกำไร 715 ลบ. เพิ่มขึ้น 26.2%YoY จากการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและอัตรากําไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง ขณะที่ปี 2569 มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และขยายตลาดในประเทศใหม่ๆ คาดหนุนกำไรเติบโตได้อีก 7.2% เป้าหมายระยะสั้น 18.00 บาท