JR คว้างานเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพู มูลค่า 3.9 พันล้านบาท
นายสุรเดช อุทัยรัตน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ.อาร์.ดับเบิ้ลยู. ยูทิลิตี้ (JR) เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามในสัญญาสำหรับโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน โครงการตามแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงคลองถนน-ถนนรามคำแหง กับบริษัทชิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา มูลค่าโครงการ 3,906.13 ล้านบาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยบริษัทมีระยะเวลาในการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1,260 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญาและรับประกัน 2 ปี
"การประมูลงานครั้งนี้ถือว่าเป็นงานขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูง ส่งผลให้บริษัทฯมีงานในมือรอรับรู้รายได้(Backlog) ทำนิวไฮแตะระดับ 7,500 ล้านบาท โดยจะมีการรับรู้รายได้ในระยะยาว 3-5 ปี ขณะเดียวกันบริษัทฯยังคงเดินหน้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงสิ้นปีถึงต้นปีหน้า ยังคงมีงานขนาดใหญ่ออกมาให้ประมูลอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะงานวางระบบไฟฟ้าต่างๆ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่สำคัญช่วยผลักดันให้ผลงานในปีนี้เติบโตได้ตามเป้าหมาย รวมทั้งช่วยให้อนาคตเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด"
สำหรับแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในช่วงปี 2566 คาดว่ายังอยู่ในทิศทางที่ดีต่อเนื่อง เพราะภาพรวมสถานการณ์โดยรวมของประเทศไทยกลับสู่ภาวะปกติ การท่องเที่ยวฟื้นตัวทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคดีขึ้น ขณะเดียวกันภาพรวมของการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนมีความชัดเจนมากขึ้น ทำให้บริษัทฯมีโอกาสที่จะได้รับงานใหม่ที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นอีกด้วย
ด้าน บล.ฟินันเซียไซรัส แนะนำ “เก็งกำไร” หุ้น JR ให้ราคาเป้าหมาย 7.60 บาท โดยระบุว่า คาดว่ามี Catatlyst บวกรออยู่จากโอกาสรับงานต่อในโครงการเปลี่ยนสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพู เฟส 2 หลัง STEC ประกาศได้งานสัปดาห์ก่อน มูลค่า 4.4 พันล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากเฟสแรกของ JR ที่ดำเนินการอยู่
หากได้รับงานตามที่คาดจะหนุน Backlog ของ JR ให้ปรับตัวขึ้นจาก 3.4 พันล้านบาท ณ สิ้น 3Q22 เป็น 7.4 พันล้านบาท รองรับการเติบโตถึงปี 2026-2027 นอกจากนี้ ยังมีประเด็นบวกรออยุ่ต้นปีหน้า สำหรับงานเปลี่ยนสายไฟฟ้าอากาศเป็นใต้ดินแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เฟส 2 ในรูปแบบเดียวกัน จะช่วยหนุน Backlog ให้ทะลุ 1 หมื่นล้านบาทในอนาคต
แนวรับ 7.10-7 บาท แนวต้าน 7.50-7.65//7.80 บาท