บล.กสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์คาดการณ์งบการเงินไตรมาส 3 ปี 65 (3Q65) ของหุ้นกลุ่ม TOP-IRPC-PTG-ESSO พร้อมคำแนะนำลงทุนและราคาเป้าหมายที่ปรับตามทิศทางผลดำเนินงานไตรมาส 4 ช่วงโค้งท้ายปีนี้
บมจ. ไทยออยล์ (TOP) คงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 62.50บาท โดยคาดการณ์กำไรไตรมาส 3/65 จะพลิกเป็นผลขาดทุนเล็กน้อยที่ 130 ล้านบาท เนื่องจากอาจมีกำไรจาก oil hedging ซึ่งจะลดผลกระทบจากผลขาดทุนของสต๊อกน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ขณะที่คาดกำไรไตรมาส 4/65 จะดีขึ้นสู่แดนบวก ขณะที่ TOP น่าจะประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 1.0-1.5 บาท/หุ้น หรือคิดเป็นอัตราตอบแทนเงินปันผลที่ 2-3%
ส่วนบมจ. ไออาร์พีซี (IRPC) คาดกำไรไตรมาส 3/65 จะอ่อนตัวลงอย่างมาก คงคำแนะนำ “ถือ” ด้วยราคาเป้าหมายที่ 3.43 บาท จากแนวโน้มอุตสาหกรรมโอเลฟินส์ที่อ่อนแอ และการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นตามกำหนดจะฉุดกำไรในอนาคต พร้อมกับคาดผลขาดทุนสุทธิไตรมาส 3/65 จะอยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท จาก market GIM ที่ต่ำกว่าจุดคุ้มทุนผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน และ FX แม้ได้ชดเชยกำไรจาก oil hedging และแนวโน้มไตรมาส 4/65 ยังคงอ่อนตัว จากส่วนต่างราคาเคมีภัณฑ์ที่อ่อนแอต่อเนื่องและกำหนดปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น จึงประมาณการทั้งปี 65 ยังมี downside
ด้านบมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) คาดกำไร 3Q65 อยู่ที่ 210 ล้านบาท แตะจุดต่ำสุดเป็นปกติ ลดลง QoQ จากกำไรขั้นต้น/ลิตรและปริมาณการขายที่ลดลง อีกทั้งขาดทุนโรงกลั่นน้ำมันปาล์มที่เพิ่มขึ้น แต่ไตรมาส 4/65 จะดีขึ้น โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” ลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 16.50 บาท ทั้งนี้ PTG เหมาะสำหรับนักลงทุนที่เชื่อว่าราคาน้ำมันจะลดลง หรือแม้กระทั่งเศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอย
ปิดท้ายบมจ. เอสโซ่ (ประเทศไทย) หรือ ESSO แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายที่ 15.60 บาท จาก TSR ที่ 19% แนวโน้มอุตสาหกรรมโรงกลั่นระยะยาวแข็งแกร่ง ปัจจัยหนุน คือ การฟื้นตัวของค่าการกลั่น/ราคาน้ำมัน และ ESSO เน้นเพิ่มประสิทธิภาพการกลั่นโดยไม่มีการขยายกำลังการผลิตขนาดใหญ่ ขณะที่กลับมาขยายธุรกิจค้าปลีกน้ำมันและเน้นนำเสนอผลิตภัณฑ์เกรดพรีเมียม ขณะที่คาดกำไรไตรมาส 3/65 จะพลิกเป็นขาดทุนที่ 3.8 พันล้านบาท จาก GRM ที่ลดลงและผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน ความเสี่ยงต่อการประมาณการปีนี้ของเรา จึงเป็น downside