Market

อินโนเวสท์ เอกซ์  คาด SET แกว่งตัว จับตาข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน
26 พ.ค. 2569

 

 

แนวโน้มตลาดวันนี้ (26 พ.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์  คาด SET แกว่ง sideways-up สถานการณ์ตะวันออกกลางยังต้องจับตา ข้อตกลงหยุดยิงและการเจรจามีความคืบหน้า แต่อาจผันผวนมากขึ้นหลังกองทัพสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซโดยระบุว่าเป็นการป้องกันตนเอง ส่งผลราคาน้ำมันชะลอปรับลง ขณะที่ประเด็นวันนี้ เลขาฯ ครม.ส่งคำชี้แจงศาล รธน. กรณีออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนลบ. หลังครบกำหนด 7 วัน ทางเทคนิคดัชนีขึ้นทำจุดสูงใหม่อาจมีความผันผวนมากขึ้น หากยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันได้ยังดี

 

ประเด็นสำคัญ

• คณะผู้แทนระดับสูงอิหร่านได้หารือกับ จนท. ระดับสูงของกาตาร์เกี่ยวกับการเจรจายุติสงครามกับสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ได้ข้อสรุปแล้วแต่จะยังไม่ลงนามในเร็ววันนี้ คาดว่าจะใช้เวลาราว 30-60 วันก่อนที่จะสรุปข้อตกลงได้ มองบรรยากาศการลงทุนยังคงได้ Sentiment บวกสนับสนุนต่อเนื่อง

 

• ข้อมูลการเดินเรือจาก LSEG และ Kpler บ่งชี้ว่าเรือบรรทุก LNG 3 ลำเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซไปยังปากีสถาน, จีน และอินเดีย และเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ของอิรักไปยังจีน เบื้องต้นเป็นสัญญาณบวกต่อภาวะอุปทานชะงักที่เริ่มคลี่คลาย แต่จำนวนเรือผ่านช่องแคบฯ ยังห่างไกลจากช่วงก่อนสงครามที่ 125-140 ลำ/วัน โดยล่าสุดราคา Brent ได้ปรับลงจากวานนี้ 6% สู่ระดับ US$95/bbl.

 

• มูลค่าการส่งออกไทยใน เม.ย. 69 +23.1%YoY สู่ระดับ 3.16 หมื่นล้านดอลลาร์ ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 หนุนจากกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์, รถยนต์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ผลไม้ เป็นต้น ขณะที่การส่งออกอาหาร, น้ำมันพืช, ยางพารา และเนื้อสัตว์หดตัว เป็นบวกต่อกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ จากความต้องการที่สูงต่อเนื่อง (HANA, DELTA, KCE)

 

• ส.อ.ท. เผยยอดส่งออกรถยนต์ เม.ย. 2569 ที่ 60,190 คัน ลดลง 8.4%YoY จากยอดส่งออกสู่ตะวันออกกลางที่ลดลง 92%YoY ส่วนยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 2.5%YoY ที่ 48,394 คัน หนุนจากยอดขาย BEV  (29% ของยอดขาย) ที่เติบโตเนื่องจากวิกฤตพลังงาน มองระมัดระวังต่อกลุ่มผลิตชิ้นส่วนและส่งออกยานยนต์

 

• รมว. คลังเผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งเปิดลงทะเบียนวานนี้เป็นวันแรกมีผู้ลงทะเบียนกว่า 24 ล้านสิทธิ์ และฝั่งร้านค้าลงทะเบียน 9.8 แสนราย และสนับสนุนให้ร้านค้าลงทะเบียนมากขึ้นเนื่องจากโครงการฯ สามารถเพิ่มยอดขายได้กว่า 1-2 เท่า เป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีก (CRC, CPALL, CPAXT, TNP) และไฟแนนซ์ (TIDLOR, MTC, SAWAD) ผ่านกำลังซื้อภายในประเทศที่ได้รับการสนับสนุน

 

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET แกว่งตัว sideway หลังคาดหวังพัฒนาการบวกจากสงครามตะวันออกกลาง อีกทั้งมีแรงหนุน  Moody's ปรับเพิ่ม Outlook เป็น Stable และ Valuation หุ้นไทยส่วนใหญ่ยังถูก โดย SET ex-DELTA มี Fwd PER 69F เพียง 12 เท่า อย่างไรก็ดีคาด upside ยังจำกัดและดัชนีมีโอกาสเข้าสู่โหมดปรับฐานชั่วคราว กดดันจากผลฤดูกาลและ MSCI Rebalancing (29 พ.ค.) กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

 

1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 2Q69 จะเติบโต YoY ส่วน 2H69 โมเมนตัมกำไรยังดีทั้ง HoH และ YoY อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ ADVANC AP GULF MINT MTC SCGP TIDLOR 

 

2. หุ้น Domestic & Laggard Value Play เน้นหุ้น Big-cap ที่ราคายังปรับขึ้นช้ากว่าตลาด ต่างชาติถือครองต่ำ อีกทั้งได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ และยังบริหารต้นทุนได้ดีท่ามกลางวิกฤตพลังงาน ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL BEM TRUE 

 

3. หุ้น New Normal ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม "S-Curve" และได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว เช่น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)

 

Trading Idea: 1. หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จาก MSCI Rebalancing (มีผลราคาปิด 29 พ.ค. 69) ซึ่งคาดมีเงินทุนไหลเข้า ได้แก่ เพิ่มน้ำหนัก (DELTA CPN) และนำเข้าใหม่ใน MSCI Small Cap. (MRDIYT TFG) โดยแนะนำขายทำกำไรที่ราคาปิดวันที่ 29 พ.ค. ขณะที่หลีกเลี่ยงลงทุนระยะสั้นในหุ้นถูกคัดออกจาก MSCI Small Cap. (TOA) เพื่อไปรอรับกลับช่วง Technical Rebound ต้นเดือน มิ.ย. 2. หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจาก World Cup 2026 (11 มิ.ย.-19 ก.ค.) ได้แก่ CPALL CPAXT MINT CENTEL HTC TRUE และ 3. หุ้น Anti-Oil & Reopening ซึ่งได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับฐานและบาทแข็งค่า รวมทั้งคลายกังวลปัญหา Supply Shortage อาทิ  สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (BGRIM GPSC)  วัสดุก่อสร้าง (SCC DCC) บรรจุภัณฑ์ (SCGP) ยานยนต์ (AH SAT STANLY) และท่องเที่ยว (MINT CENTEL)

 

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ หลังมีความคาดหวังพัฒนาการบวกจากสงครามตะวันออกกลาง อีกทั้งมีแรงหนุน  Moody's ปรับเพิ่ม Outlook เป็น Stable และ Valuation หุ้นไทยส่วนใหญ่ยังถูก โดย SET ex-DELTA มี Fwd PER 69F เพียง 12 เท่า อย่างไรก็ดีคาด Upside ยังจำกัดและดัชนีมีโอกาสเข้าสู่โหมดปรับฐานชั่วคราวจากผลฤดูกาลและแรงกดดันจากการปรับลดน้ำหนักของ MSCI Rebalancing ในวันที่ 29 พ.ค. นี้ อีกทั้งความกังวลเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้นคาดยังกดดันบรรยากาศลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

 

Daily Top Picks

AOT: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการเจรจายุติสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในภูมิภาคและฟื้นบรรยากาศการท่องเที่ยว และการปรับขึ้นค่า PSC ระหว่างประเทศซึ่งจะช่วยสนับสนุนภาพผลประกอบการทั้งปี FY2569 เป้าหมายระยะสั้นที่ 55.00บาท

 

GULF: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาเชื้อเพลิงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง กำไรปกติ 2Q69 มีแนวโน้มทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องตามความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้น, Capacity Payment โรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ ที่ปรับขึ้น, ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC และเงินปันผลจาก KBANK เป้าหมายระยะสั้นที่ 63.00 บาท

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com