แนวโน้มตลาดวันนี้(15 มิ.ย.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET ปรับขึ้น สหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงยุติปฏิบัติการทางทหารทุกแนวรบรวมถึงในเลบานอนโดยทันทีและเป็นการถาวร ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดอีกครั้งหลังลงนาม 19 มิ.ย.นี้ ส่งผลราคาน้ำมันร่วงลง หนุน sentiment สินทรัพย์เสี่ยงโดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Anti-Oil สัปดาห์นี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางสําคัญหลายแห่ง ทั้ง BoJ, BoE และ Fed ซึ่งจะบ่งชี้ทิศทางดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปนี้ ทางเทคนิคดัชนีมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อทําจุดสูงใหม่ได้
ประเด็นสําคัญ
• ปธน.ทรัมป ยืนยันสหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงสันติภาพร่วมกันแล้ว และได้สั่งการให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม รวมถึงสั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ ยกเลิกปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่าน โดยจะมีพิธีลงนามในวันที่ 19 มิ.ย. นี้ มองบวกต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่ม Anti-Oil
• OPEC คาดการเติบโตความต้องการน้ำมันโลกในปี 2569 ที่ 1 ล้านบาร์เรล/วัน และคงมองความต้องการน้ำมันโลกจะยังเติบโตเร็วกว่าการผลิตไปจนถึงปี 2570 โดยเฉพาะจาก จีน อินเดีย และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา มองตลาดน้ำมันจะอยู่ในภาวะขาดดุลต่อเนื่อง เป็นบวกระยะกลางต่อกลุ่มกลุ่มพลังงาน
• นายกฯ แต่งตั้งบอร์ดขับเคลื่อนชิปเมดอินไทยแลนด์ ดันไทยเป็นฮับเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของอาเซียนภายในปี 2593 ตั้งเป้าดึงดูดเงินลงทุน 2.5 ล้านลบ. มองบวกต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (HANA DELTA KCE) และกลุ่มนิคม (WHA AMATA) จากยกระดับห่วงโซ่อุปทานและการย้ายฐานทุนระยะยาว
• กพท. อนุมัติ 4 สายการบินใหม่เปิดเส้นทางบินสู่ไทย (Riyadh Air, Virgin Atlanticฯ) เริ่ม ต.ค. 69 ปลายทางสุวรรณภูมิและภูเก็ต เพื่อรองรับอุปสงค์การเดินทางในช่วง High Season มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (AOT MINT CENTEL ERW) จากคาดนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเร่งตัวขึ้น
• ประธานธนาคารกลางเยอรมนีเผยประชุม ECB ก.ค. 69 เปิดกว้างทุกแนวทาง เพื่อสกัดวิกฤตราคาพลังงาน สะท้อนนโยบายการเงินยุโรปยังคงเข้มงวดและมีโอกาสคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงหรือปรับขึ้นต่อ มองเป็นการส่งสัญญาณว่านโยบายการเงินยุโรปมีความเป็นไปได้ที่จะเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้น
ล็อกเปาลงทุนประจําสัปดาห์
มอง SET มีโอกาสปรับขึ้นเพื่อสร้างจุดสูงสุดใหม่ของปีนี้ โดยเม็ดเงินจะสลับเข้าซื้อหุ้น Laggard ที่ได้อานิสงส์จากความคืบหน้าการเซ็น MoU ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ขณะที่ปัจจัยสำคัญติดตาม คือทิศทางดอกเบี้ยผ่าน Dot Plot ของเฟด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้น High Dividend แบ่งเป็น 1) ระยะสั้นเน้นดักเงินปันผลระหว่างกาลงวด 1H26 ที่คาดว่าจะให้ Div. Interim Yield > 2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ระยะยาวะเน้นสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยพื้นฐานดี มีประวัติจ่ายปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี, คาดให้ Div. Yield > 5% ต่อปี และ Valuation ไม่แพง ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
2. หุ้น New Normal ได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว โดยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่พลังงานทางเลือกและดิจิทัล (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)
3. หุ้นเด่น 3Q26 ที่มีแรงส่งให้เติบโตต่อเนื่อง มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีอำนาจในการกำหนดราคาสูง และมีความชัดเจนของแนวโน้มกำไร ได้แก่ CENTEL CPN GULF HANA WHA
Trading Idea: 1) Anti-Oil & Reopening Play ซึ่งได้ประโยชน์จากความคืบหน้าเซ็น MoU สันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยเน้นหุ้นที่ราคายังต่ำกว่าก่อนเกิดสงคราม อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (BGRIM GPSC) ยานยนต์ (AH SAT) และท่องเที่ยว (MINT CENTEL) 2) Laggard Play เน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL BEM TRUE BDMS 3) Hawkish & Baht Depreciation Play โดยคาดเฟดอาจขยับขึ้น Dot Plot (คงดอกเบี้ยนานขึ้น) ดันให้ Bond Yield สหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มประกันชีวิต (BLA, TLI) และกลุ่มส่งออก (TU, ITC) และ 4) World Cup 2026 Play ซึ่งได้โมเมนตัม บวกจากกระแสฟุตบอลโลก ได้แก่ CPALL CPAXT MINT HTC TRUE
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสปรับขึ้นทะลุผ่านแนวต้าน 1640 จุด เพื่อสร้างจุดสูงสุดใหม่ของปีนี้ โดยคาดเม็ดเงินจะมีลักษณะ Sector Rotation หลังปัจจุบันดัชนีถูกขับเคลื่อนด้วยหุ้น Big Cap. อย่าง DELTA เป็นหลัก ทำให้ภาพรวมหุ้นอื่นๆ ยังปรับขึ้นจำกัด โดยมอง Valuation ของ SET ex-DELTA ยังน่าสนใจ โดยมี Fwd PER 26F อยู่ที่ 12.5 เท่า (-1SD) ซึ่งเอื้อให้เกิดเม็ดเงินสลับกลุ่มเข้ามาช่วยพยุงตลาดได้ ขณะที่ปัจจัยติดตาม ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของเฟด โดยแม้ตลาดคาดคงดอกเบี้ยที่ 3.75% แต่ไฮไลท์จะอยู่ที่ Dot Plot เพื่อดูทิศทางดอกเบี้ยช่วง 2H26 รวมถึงติดตามความคืบหน้าเซ็น MoU ยุติสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “Selective Buy”
Daily Top Picks
AOT: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากสงครามที่สามารถยุติลงได้ ผ่อนคลายความตึงเครียดและสนับสนุนบรรยากาศการท่องเที่ยว การปรับขึ้นค่า PSC ระหว่างประเทศที่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. จะเป็นอีกแรงสนับสนุนต่อผลประกอบการ FY2570 เป้าหมายระยะสั้นที่ 60.50 บาท
GPSC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากต้นทุนเชื้อเพลิงลดลงตามทิศทางราคาน้ำมัน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับลง บริษัทมีโอกาสการเติบโตต่อเนื่องจากธุรกิจ Data Center, การต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และการทำ Asset Monetization ในเครือ PTT เป้าหมายระยะสั้นที่ 43.50 บาท