Market

InnovestX คาด SET แกว่งขึ้นภายใต้กรอบจํากัด
4 ก.ย. 2569

แนวโน้มตลาดวันนี้ (4 ก.ย.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งขึ้น อานิสงส์จาก Bond Yield สหรัฐฯ ที่ร่วงลงหลังตลาดกลับมาเพิ่มน้ำหนักว่า Fed จะคงดอกเบี้ยในการประชุม15-16 ก.ย. นี้ อย่างไรก็ตาม มองกรอบการขึ้นยังจํากัด ประกอบกับเป็นวันทําการสุดท้ายของสัปดาห์ อาจมีความผันผวนจากแรงขายลดความเสี่ยง ประเด็นติดตามวันนี้ ในประเทศจับตาการประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรก ส่วนต่างประเทศคืนนี้ติดตามการรายงานตัวเลข NFP ส.ค. ของสหรัฐฯ ทางเทคนิคดัชนีรีบาวด์แต่จะถอยกลับลงมา บ่งชี้ขาดแรงส่งขาขึ้น ระยะสั้นยังไม่เห็นสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน

 

ประเด็นสําคัญ

• Christopher Waller ผู้ว่าการเฟด หนุนคงดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม FOMC ก.ย. นี้ หลังข้อมูลเงินเฟ้อชะลอตัว และหากข้อมูลเงินเฟ้อใน 2 สัปดาห์หน้าไม่สร้างความประหลาดใจ หนุนให้ Bond Yield ปรับลงเล็กน้อย ด้าน FedWatch Tool ชี้โอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยลดลงเหลือ 48.4% (เดิม 63.2%) คลายแรงกดดันต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR)

 

• ราคาดีเซลเฉลี่ยในสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ $5.82/แกลลอน และ Crack Spread ดีเซลสหรัฐฯ แตะจุดสูงสุดที่ $108.02/bbl ขณะที่รัสเซียปรับลดคาดการณ์ผลผลิตน้ำมันปีนี้ลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปี พร้อมทบทวนแนวโน้มการส่งออกเชื้อเพลิงปี 2026-2027 ลง หนุนภาพรวมค่าการกลั่นและราคาน้ำมันทรงตัวระดับสูงต่อเนื่อง มองบวกต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP TOP SPRC BCP)

 

• วันนี้ติดตาม รมว.คลัง นัดประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก เพื่อเร่งบูรณาการกฎระเบียบ คุมเข้มเกณฑ์ใบอนุญาต BOI และผลกระทบสิ่งแวดล้อม คาดความชัดเจนของกรอบกำกับดูแลจะช่วยปลดล็อก Overhang และดึงเม็ดเงินลงทุนเทคโนโลยีระดับโลกเข้าไทย มองบวกต่อกลุ่มนิคม (AMATA WHA) และรับเหมา (STECON CK)

 

• กระทรวงการคลังเผยปรับเกณฑ์ไทยเที่ยวไทยพลัส โดยจะอุดหนุนค่าที่พักในอัตราเดียว เพิ่มวงเงินใช้จ่ายรายวัน และเปิดให้ใช้วงเงินรายวันกับภาคบริการโดยตรง คาดใช้วงเงินจาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ 2 พันลบ. จะนำเสนอ ครม. ประกาศใช้ให้ทันก่อน 1 ต.ค. นี้ มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW AOT) และค้าปลีก (CPALL CRC CPN)

 

• นายกรัฐมนตรีเผยสั่งรื้อกฎหมาย 7,000 ฉบับ ปูทางไทยสู่ฐานเศรษฐกิจโลกรับเงินทุนไหลเข้า ด้าน รมว. คลังหวังยกไทยเป็น Trusted Connector เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลก เร่งเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด-ศูนย์กลางสุขภาพ ระยะยาวมองบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF GPSC BGRIM) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) และกลุ่มการแพทย์ (BDMS BH BCH)  

 

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีแรงหนุนในประเทศจากความคาดหวังการพิจารณานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องของภาครัฐ อาทิ การอุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, ไทยเที่ยวไทยพลัส, ความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี FY2027 และความชัดเจนแผน PDP2026  แต่ตลาดยังมีปัจจัยกดดันจาก Fund Flow ที่ชะลอตัว, สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ รวมถึงสัญญาณ Hawkish จากประธานเฟดใน Jackson Hole ที่พร้อมขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

 

Daily Top Picks

BDMS: ปัจจัยสนับสนุนจากสัญญาณฟื้นตัวของรายได้ โดยใน ก.ค. 2026 ขยายตัว 8%YoY เร่งตัวจากใน 2Q26 ที่ขยายตัว 1%YoY ซึ่งคาดเป็นจุดต่ำสุดของปีและมีความต้องการสะสมจากกลุ่มผู้ป่วยไทยและต่างชาติ ขณะที่เดินหน้าการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการรักษาโรคซับซ้อนสูงและควบคุม SG&A เป้าหมายระยะสั้นที่ 21.20 บาท

 

TU: ปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการในธุรกิจอาหารทะเลที่ดีขึ้น ควบคู่กับมาร์จิ้นที่สูงขึ้นผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน บริษัทคาดยอดขายปี 2026 จะเติบโต 4-6%YoY ขณะที่มี Upside จากการทยอยจ่ายคืนภาษีศุลกากรจากสหรัฐฯ และการได้รับประโยชน์ทางภาษีจาก UK และ FTA กับสหภาพยุโรป เป้าหมายระยะสั้น 13.50 บาท

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com