Market

อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดรอผลคำตัดสินภาษีทรัมป์
14 ม.ค. 2569

แนวโน้มตลาดวันนี้ (14 ม.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์  คาดตลาดชะลอการลงสั้นตามแนวรับ 1230/1220 หลังลงต่อเนื่อง ติดตามผลประกอบการของ TISCO ที่จะประกาศวันนี้เป็นสัญญาณชี้นำกลุ่ม ในขณะที่ปัจจัยภายนอก ตลาดรอคำตัดสินของศาลสูงสุดกรณี “ภาษีทรัมป์” หากศาลให้ยกเลิก สหรัฐฯ อาจคืนเงินภาษีและค่าชดเชยช่วยหนุนหุ้นเอเชียสั้น แต่คาดรัฐบาลสหรัฐฯ จะใช้ ม.122 338 232 301 แทน ทางเทคนิค แม้ทิศทางหลักยังแกว่งลง แต่การลงมาที่แนวรับ 1230/1220 เริ่มมีโอกาสรีบาวด์สั้นถ้ายังไม่หลุดทันที แนวต้าน 1244

 

ประเด็นสำคัญ

• ปธน. ทรัมป์เผยผ่าน Truth Social ว่าหากศาลสูงสหรัฐฯ ตัดสินให้ยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรในวันนี้ (14 ม.ค.) และรัฐบาลจะต้องคืนเงินชดเชย เม็ดเงินดังกล่าวจะมีมูลค่ามหาศาลถึงหลายล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งจะไม่ดีต่อประเทศและจะสร้างความโกลาหลต่อระบบ ศก. 

 

• เงินเฟ้อสหรัฐฯ ใน ธ.ค. 2568 ขยายตัว 2.7%YoY เป็นไปตามที่ตลาดคาดและทรงตัวจากเดือนก่อน เงินเฟ้อพื้นฐานขยายตัว 2.6%YoY ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้และทรงตัวจากเดือนก่อน ตลาดประเมินเฟดจะคงดอกเบี้ยนโยบายต่อในการประชุมปลายเดือนนี้

 

• ห่วงโซ่อุปทานน้ำมันดิบอิหร่านอาจชะงักหลัง ปธน. ทรัมป์ประกาศจะเก็บภาษีศุลกากรต่อประเทศที่มีการทำธุรกิจกับอิหร่าน จีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันอิหร่านรายใหญ่เสี่ยงได้รับผลกระทบ และหนุนการแย่งชิงอุปทานในตะวันออกกลางมากขึ้น มองเป็นลบต่อธุรกิจโรงกลั่นที่มีสัดส่วนนำเข้าจากตะวันออกกลางสูง TOP และ SPRC และราคาน้ำมันดิบมี Upside ในระยะสั้น เป็น Sentiment เชิงบวกต่อ PTTEP

 

• สื่อญี่ปุ่น NHK รายงานพรรค LDP ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลเสียงข้างน้อยกำลังพิจารณาจะยุบสภาในช่วงปลายเดือน ม.ค. นี้ และจัดการเลือกตั้งช่วงต้น ก.พ. ท่ามกลางคะแนนนิยมนายกฯ ญี่ปุ่นที่สูงถึง 70% หลังดำรงตำแหน่งเพียง 4 เดือน หนุนแรงซื้อในตลาดหุ้นญี่ปุ่น ขณะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับขึ้นและเงินเยนอ่อนค่าลง

 

• ตลท. ประกาศทำงานเชิงรุก เผยแผน 3 ปีปลดล็อกตลาดหุ้น เสริมสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่น ยกระดับคุณภาพ บจ. มีการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น Bond Connect Platform, Crypto ETF, DR, L&I ETF,ขยายเวลารับสมัคร บจ. โครงการ Jump + ถึง  31 มี.ค. 2569

 

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบ 1230–1300 จุด ปัจจัยในประเทศติดตานโยบายหาเสียงด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมืองซึ่งจะมีผลต่อความคาดหวังเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเริ่มเข้าสู่ช่วงประกาศงบ 4Q68 ของกลุ่มธนาคาร ส่วนปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามซึ่งอาจมีผลต่อจิตวิทยาการลงทุนระยะสั้น ได้แก่ ศาลฎีกาสหรัฐฯอาจมีคำตัดสินคดีภาษีทรัมป์ในวันที่ 14 ม.ค. , ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ อาทิ ปฏิบัติการในเวเนซุเอลาและเหตุการณ์ประท้วงในอิหร่านที่มีผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมัน, กรณี ปธน. ทรัมป์ส่งสัญญาณต้องการให้สหรัฐฯ ครอบครองกรีนแลนด์ที่อาจกดดันความสัมพันธ์สหรัฐฯ-ยุโรปตึงเครียดเพิ่มขึ้น รวมทั้งจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ CPI, PPI และยอดค้าปลีก ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

 

Daily Top Picks

TISCO: มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากผลประกอบการที่จะออกมาวันนี้ เราคาดกำไร 4Q68 จะทรงตัวได้ YoY และปี 2569 คาดกำไรสุทธิจะฟื้นตัวอีก 2% แต่จุดเด่นหลักเป็นเรื่องของเงินปันผลจ่ายจากำไร 2H68 ซึ่งคาดจะอยู่ที่หุ้นละ 5.75 บาท คิดเป็น Div. Yield สูงถึง 5.25% เทียบกับทั้งปีที่ 7.5% ราคาเป้าหมายระยะสั้นที่ 111 บาท

 

PTT: ปัจจัยกระตุ้นจากโครงสร้างรายได้กระจายตัวในช่วงราคาน้ำมันผันผวน มีแผนปลดล็อกมูลค่าแฝงผ่านการทำ Asset Monetization และเร่งบูรณาการ LNG ผ่านการลงทุนเชิงรุก พร้อม Valuation น่าสนใจโดยเทรด PBV และ PER 2569F ที่ 0.7 เท่าและ 10.8 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com