บล.กรุงศรีคาดหุ้นไทย ดัชนีแกว่งตัวบริเวณ 1,640 - 1,650 จุด ยังกังวลธนาคารกลางต่างๆ ขึ้นดอกเบี้ย กดดันตลาดผันผวน แนะหุ้นกลุ่มได้ประโยชน์จีนเปิดประเทศ และและกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากมาตรการ “ช็อปดีมีคืน”
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ คาดดัชนีจะแกว่งตัว 1,640 - 1,650 จุด แม้การเปิดประเทศของจีนจะเป็นแรงหนุนดัชนี แต่ในอีกด้านหนึ่ง Demand สินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดประเทศของจีนนั้น อาจส่งผลให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้น ซึ่งทำให้ธนาคารกลางต่างๆ ยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย (Bond yield สหรัฐดีดตัวขึ้น) และส่งผลให้เศรษฐกิจถดถอยตามมา นอกจากนี้ การเปลี่ยนซี่รีส์ TFEX จะกดดันให้ภาวะตลาดผันผวน
กลยุทธ์การลงทุน แนะให้เลือกซื้อเป็นรายตัว กลุ่มที่ได้อานิสงส์จีนเปิดประเทศ เช่น AOT AAV BA CENTEL ERW MINT AWC SHR CPALL SPA AU PTTGC SCGP CBG AMATA WHA EKH PSL และหุ้นกลุ่มที่ได้อานิสงส์มาตรการ “ช็อปดีมีคืน” เช่น COM7 CRC CPN HMPRO GLOBAL DOHOME
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้
KBANK (ราคาเป้าหมาย 180 บาท) ดอกเบี้ยขาขึ้นหนุนส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) เพิ่มขึ้น, ภาคท่องเที่ยวฟื้นช่วยให้ NPL ในกลุ่ม SME ลดลง, Fund flow ไหลเข้า KBANK เป็นเป้าในการเข้าซื้อของนักลงทุนต่างชาติ
DOHOME (ราคาเป้าหมายสูงสุด IAA Consensus 16.40 บาท) ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วใน 3Q22, ราคาหุ้นยัง Laggard หากเทียบกับ GLOBAL และ HMPRO, ต้นปีหน้าได้อานิสงส์จาก ช้อปดีมีคืน
ประเด็นสำคัญวันนี้
(-) ตลาดหุ้นสหรัฐ, ตลาดน้ำมันปรับตัวลงกดดัน Sentiment ในช่วงสั้น: เมื่อคืนนี้ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 366 จุด (-1.1%) ปิดที่ 32,876 จุด เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 57 เซนต์ ปิดที่ 78.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตลาดยังกังวลการคุมเข้มนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางจะกระทบกิจกรรม ศก.และกังวลจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจีนที่เพิ่มขึ้น
(+) สถิติบ่งชี้หุ้นไทยมีโอกาสเกิด January effect 70%: สถิติย้อนหลัง 10 ปี (2013-2022) พบว่าการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในเดือน ม.ค. มีจำนวนปีที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวก 7 ปีและมีเพียง 3 ปีเท่านั้นที่ให้ผลตอบแทนติดลบหรือสรุปได้ว่าการลงทุนในเดือน ม.ค. มีความน่าจะเป็นที่จะให้ผลตอบแทนเป็นบวกหรือเกิด January effect สูงถึง 70% และให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.6%
(+) พรุ่งนี้ ธปท. จะรายงานตัวเลข ศก. เดือน พ.ย. โดยรวมมีสัญญาณบวก: สอดคล้องกับผลสำรวจจากผู้ประกอบการที่หลายกิจกรรมมีสัญญาณดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าโดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว รวมถึงการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและบริการในประเทศ อาทิ การผลิตของกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม