แนวโน้มตลาดวันนี้ (25 มี.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งขึ้นได้ต่อ คาดหวังความพยายามยุติขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทั้งจากจีนที่เข้ามาไกล่เกลี่ย และสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเจรจา พร้อมส่งแผนสันติภาพ 15 ข้อให้กับอิหร่าน แม้อิหร่านจะปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ ก็ตาม ขณะที่ราคาน้ำมันย่อตัวลงช่วยคลายกังวลระยะสั้น ประเด็นในประเทศวันนี้ติดตามบอร์ด กกพ. พิจารณาค่าไฟงวดใหม่ (พ.ค. - ส.ค.69) ทางเทคนิคดัชนีดีดขึ้นในกรอบ sideways แนวต้าน 1435 หากผ่านคาดไปต่อถึง 1455 แนวรับ 1400/1390
ประเด็นสำคัญ
• เช้านี้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลงราว 2% DoD ขณะที่ DJIA Futures ปรับขึ้นราว 0.8%DoD พร้อมค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง สะท้อนความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อความพยายามของสหรัฐฯ ในการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งยืดเยื้อมาราวหนึ่งเดือน มองบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้น EM รวมถึงไทย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อต้นทุนน้ำมันและอิงภาวะเศรษฐกิจโลก
• รมว. ต่างประเทศเผยผลเจรจาทูตอิหร่าน อนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ตามปกติ โดยระบุชื่อเรือของ BCP (อยู่ระหว่างมุ่งหน้ากลับไทย) และ SCG Chemicals (SCC) (อยู่ระหว่างประสานงาน) มองบวกต่อ BCP และ SCC
• จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสัปดาห์ฟื้นตัว 4.7%WoW ที่ 675,407 คน หนุนจากชาวมาเลเซียที่ฟื้นตัวกว่า 74%WoW หลังจบเทศกาลถือศีลอด ขณะที่ นักท่องเที่ยวอินเดียและจีนลดลง WoW เล็กน้อย ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง หากความตึงเครียดเริ่มคลี่คลายลง มองบวกต่อ CENTEL ERW และ MINT
• ส.อ.ท. เผยยอดผลิตรถยนต์ ก.พ. 69 ที่ 117,952 คัน (+3.4% YoY) แต่ยอดขายในประเทศยังอ่อนแอ (-2.2% YoY) ที่ 48,242 คัน จากการเข้มงวดสินเชื่อของสถาบันการเงินและความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น มองกลุ่มยานยนต์ (SAT, AH) ยังขาดปัจจัยหนุนที่ชัดเจนในระยะสั้น จนกว่ากำลังซื้อในประเทศจะกลับมาฟื้นตัว
• ฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานซึ่งเป็นประเทศแรกของโลก (มีผล 1 ปี) เพื่อเร่งกระจายทรัพยากรหลังมีสำรองเพียง 45 วัน ท่ามกลางการนำเข้าจากตะวันออกกลางถึง 26% มองประเด็นนี้เป็นสัญญาณเตือนต่อต้นทุนพลังงานในอาเซียน หากสถานการณ์รุนแรงขึ้นจะเป็นลบต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP ที่มีสัดส่วนก๊าซธรรมชาติสูง
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์และผันผวนสูง โดยตลาดยังอยู่ในภาวะ Risk-off และให้น้ำหนักกับวิกฤตในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซและการยกระดับโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานภายในกลุ่มประเทศ GCC ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ $100 ต่อบาร์เรล ซึ่งสถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของราคาน้ำมัน แต่กำลังสร้างความกังวลเรื่อง Supply Shortage และอาจจุดชนวนให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูงรอบใหม่ทั่วโลก ซึ่งจะบีบให้ธนาคารกลางคงอัตราดอกเบี้ยสูงไว้นานกว่าที่คาดและจะส่งผลกดดันต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนโดยตรง ส่วนประเด็นการเมืองในประเทศ กรณีศาล รธน. มีมติ 6:3 รับคำร้องปมบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด มองตลาดให้น้ำหนักลดลงเพราะกลไกการบริหารจัดการภาครัฐยังคงเดินหน้าต่อได้ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
Daily Top Picks
MINT: ระยะสั้นมองได้ Sentiment บวกจากคาดหวังสถานการณ์ตะวันออกลางคลี่คลาย กระตุ้นแรงซื้อคืน (Short Covering) และท่องเที่ยวไทยยังส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยคาดกำไรผ่านจุดต่ำสุดใน 1Q69 และทำจุดสูงสุดใน 2Q69 พร้อมมีปัจจัยบวกจากจัดตั้งกอง REIT และโครงการซื้อหุ้นคืนพยุงราคาหุ้น เป้าหมายระยะสั้น 22.60 บาท
BBL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากเป็นหุ้นธนาคารที่จ่ายปันผลสูงและมีกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 22 เม.ย. 69 ที่ 8 บาท/หุ้น หรือคิดเป็น Div. Yield ที่ 4.8% ธนาคารตั้งเป้าหมายสินเชื่อปี 69 เติบโต 2-3% หนุนจากกลุ่มสินเชื่อรายใหญ่และต่างประเทศ คาดได้ประโยชน์จาก FDI ในอาเซียนที่เพิ่มขึ้น เป้าหมายระยะสั้นที่ 171 บาท