แนวโน้มตลาดวันนี้ (13 ก.พ. ) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดแกว่งตัวขึ้น สัญญาณ Fund Flow ยังหนุนหลังซื้อสุทธิกว่า 1 หมื่นลบ. ทางเทคนิคกลับมาทะลุ 1420 ทำให้มีช่วงขึ้นต่อ แนวต้านในระยะสั้นประเมินที่ 1450/1460 ปัจจัยภายนอก เป็นลบความกังวล AI เข้ามากดดัน Software ดั้งเดิม สัปดาห์หน้าติดตามตัวเลข GDP 4Q68 ไทย ซึ่งจะเป็นช่วงที่พรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล ติดตามว่าผลการบริหารด้าน ศก. เป็นอย่างไรและจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นรัฐบาล ด้าน Valuation ในระยะสั้นคาดยังติดที่ PER ที่ 16 เท่า จากปัจจุบันซื้อขายที่ 15 เท่า
ประเด็นสำคัญ
• ม. หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ธ.ค. 2569 เพิ่มขึ้นสู่ 52.8 จากไทย-กัมพูชาที่ยุติการปะทะ บรรยากาศช่วงหาเสียงการเลือกตั้ง และความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้น ศก. จากรัฐบาลใหม่ มองเป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีก (CPALL CPAXT BJC)
• สมาคมผู้ค้าปลีกไทยเผยความเชื่อมั่นของนักลงทุน ผู้ประกอบการ และประชาชนมีสัญญาณดีขึ้นหลังทราบผลเลือกตั้ง การประกาศ ครม. ชุดใหม่จะส่งสัญญาณบวกต่อบรรยากาศการลงทุนและใช้จ่าย และได้เสนอ 6 ข้อเสนอแก่รัฐบาล ซึ่งคาดจะช่วยหนุน GDP อีก 0.5-1.0%
• ธพ. เผยการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในปี 2568 ที่ 154.85 ล้านลิตร/วัน ลดลง 0.2%YoY กดดันจากดีเซลตามกิจกรรมทาง ศก. ที่ชะลอตัว แต่เบนซินและน้ำมันอากาศยานเพิ่มขึ้นจากการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศและ นทท. ต่างชาติ คาดการใช้เบนซินและน้ำมันอากาศยานจะมีโมเมนตัมหนุนต่อเนื่องในช่วง 1Q69 หนุนจากช่วงเทศกาลตรุษจีนและ นทท. จีนที่เข้าไทยต่อเนื่อง เป็นบวกต่อธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน (OR)
• IEA คงคาดการณ์ตลาดน้ำมันในปี 2569 จะเกินดุลตลอดทั้งปี โดยคาดเกินดุลสูงสุดใน 2Q69 ราว +4.4MBD อุปทานโลกคาดขยายตัว +2.4MBD จากการผลิตในเวเนซุเอลาที่ฟื้นตัวและรัสเซียส่งออกสู่จีนทำสถิติสูงสุด และลดคาดการณ์เติบโตอุปสงค์เหลือ +850kBD ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้ปรับลง 3%
• กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เผยตัวเลขขาดดุลงบประมาณในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบฯ 2569 (ต.ค. 2568 - ม.ค. 2569) ขาดดุลที่ US$6.97 แสนล้าน ลดลง 17%YoY อานิสงส์จากรายได้จากภาษีศุลกากรของ ปธน. ทรัมป์ ราว US$1.24 แสนล้าน เพิ่มขึ้น 304%YoY
กลยุทธ์การลงทุน
แม้ช่วงสั้นมอง SET มีโมเมนตัมปรับตัวขึ้นต่อได้ หลังมีความชัดเจนพรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลซึ่งช่วยลดสุญญากาศทางการเมืองและสร้างความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ แต่ควรเพิ่มความระมัดระวัง หลังดัชนีเปิด Gap ขาขึ้นรุนแรงจาก Fund Flow ที่ไหลเข้าอย่างหนาแน่น ทำให้ทางเทคนิคมีโอกาสสูงที่จะเกิดการพักตัวจากแรงขายทำกำไร หากดัชนีไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านสำคัญที่ 1420/1430 จุดได้อย่างมั่นคง ส่วนปัจจัยอื่นที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประกาศงบ 4Q68 ของหุ้น Real Sector, นโยบาย ปธน. ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศ (ตะวันออกกลาง ยุโรปและจีน) ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโลก รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ยอดค้าปลีก และ CPI ซึ่งแม้คาดจะยังไม่เปลี่ยนมุมมองเรื่องดอกเบี้ยสหรัฐฯ แต่เป็นปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
Daily Top Picks
CPALL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากโมเมนตัมบวกหลังทราบผลเลือกตั้ง จากคาดหวังต่อรัฐบาลและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ กำไรสุทธิใน 4Q68 คาดที่ 7 พันลบ. (+1%YoY และ 8%QoQ) เด่นที่สุดในกลุ่ม และกำไร 1Q69 เติบโตต่อเนื่อง ส่วน Valuation น่าสนใจ PER 2569F อยู่ที่ 12 เท่า ต่ำกว่ากลุ่ม เป้าหมายระยะสั้น 50.50 บาท
BTG: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากช่วงเทศกาลตรุษจีนจะหนุนความต้องการบริโภคตามฤดูกาล หนุนให้ราคาสัตว์บกเริ่มฟื้นตัว QoQ ขณะที่ราคาหุ้น Laggard เมื่อเทียบกับตลาดที่ปรับขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ด้าน Valuation น่าสนใจ ซื้อขายด้วย PER 2569F ที่ 7.2 เท่า ต่ำกว่ากลุ่ม เป้าหมายระยะสั้น 18.40 บาท