แนวโน้มตลาดวันนี้ (8 ก.ค.) บล.อินโนเวสท์ เอกซ์คาด SET ย่อตัวลง นักลงทุนเข้าสู่ภาวะ Risk-off ชั่วคราวหลังสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับตึงเครียด ราคาน้ำมันดีดตัว Bond Yield ขยับขึ้น ช่วงสั้นกระทบต่อ sentiment ลงทุนโดยรวม แต่หนุนหุ้นพลังงานต้นน้ำ-ปิโตรฯ ส่วนวันนี้ติดตามรายงานการประชุม กนง. รวมทั้งรายงานการประชุม FOMC ในช่วงค่ำเพื่อประเมินแนวโน้มการดําเนินนโยบายการเงินของ Fed ในระยะถัดไป ทางเทคนิคดัชนีพักฐาน ความผันผวนมากขึ้น แต่หากยังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันได้ แนวโน้มยังดีอยู่
ประเด็นสําคัญ
• เช้านี้ราคาน้ำมัน Brent ปรับขึ้นแรง 5% มาอยู่ที่ US$76/bbl หลังอิหร่านโจมตีเรือ LNG กาตาร์และเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุช ต่อมาสหรัฐฯ ตอบโต้อิหร่านระลอกใหญ่ พร้อมเพิกถอนใบอนุญาตขายน้ำมันอิหร่าน เสี่ยงทำให้อุปทานตึงตัว มองลบต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่ม Anti-Oil แต่บวกต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำและปิโตรเคมี
• ยูเครนส่งโดรนโจมตีโรงกลั่นออมสค์ในไซบีเรียซึ่งมีกำลังผลิต 21 ล้านตัน/ปี เป็นโรงกลั่นใหญ่ที่สุดในบรรดา 11 แห่งของรัสเซียที่ถูกยูเครนโจมตี และนับเป็นการโจมตีลึกในรัสเซียที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อ ก.พ. 65 เหตุการณ์นี้ซ้ำเติมภาวะอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปโลกตึงตัว หนุนค่าการกลั่นทรงตัวระดับสูงต่อเนื่อง มองบวกต่อกลุ่มโรงกลั่น
• กบน. มีมติปรับลดราคาน้ำมันดีเซล 2.56 บาท/ลิตร และเบนซิน 2.51 บาท/ลิตร พร้อมกำหนดกรอบราคาไม่เกิน 35 บาท/ลิตร ผ่านกลไกกองทุนน้ำมันฯ เริ่มมีผลตั้งแต่ 8 ก.ค. 69 หวังบรรเทาภาระค่าครองชีพ หนุนกำลังซื้อฟื้นตัว มองลบต่อค่าการตลาดของกลุ่มค้าปลีกน้ำมัน แต่บวกต่อกลุ่มพาณิชย์และสินค้าอุปโภคบริโภค
• ครม. เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลังปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนฯ ของแบงก์รัฐ 4 แห่ง จากปีละ 0.25% เหลือ 0.0625% ของยอดเงินฝากจากประชาชน มีผลตลอดปี 69 เพื่อลดต้นทุน หนุนการปรับโครงสร้างหนี้และปล่อยสินเชื่อ SMEs ช่วยเพิ่มสภาพคล่องในระบบและคลายกังวลหนี้ครัวเรือน มองบวกต่อกลุ่มสินเชื่อ
• กระทรวงการคลังเตรียมเปิดขายพันธบัตรรัฐบาลรอบแรกวงเงิน 4 พัน ลบ. เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ พร้อมยืนยันบริหารจัดการใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบแย่งเม็ดเงินระดมทุนของภาคเอกชน (Crowding Out) มองเป็นกลางต่อกลุ่มธนาคารและตลาดทุนเนื่องจากวงเงินไม่ได้สูงจนกระทบสภาพคล่องในระบบ
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบ โดยปัจจัยต่างประเทศติดตามรายงาน FOMC Minutes หากส่งสัญญาณ Hawkish จะหนุนดอลลาร์แข็งค่าและเร่งกระแส Sector Rotation เข้าหาหุ้นกลุ่ม Value ขณะที่กรณีมาตรา 301 ของสหรัฐฯ (ปิดรับฟังความเห็น 5-6 ก.ค. ก่อนไต่สวน 7 ก.ค.) ซึ่งอาจปรับเพิ่มภาษีนำเข้าไทยเป็น 12.5% มองตลาดรับรู้ไปแล้วจากอัตราภาษีที่เคยสูงกว่านี้ในอดีต ส่วนปัจจัยในประเทศจับตาตัวเลขเงินเฟ้อไทย มิ.ย. ที่อาจตอกย้ำภาพการจบรอบลดดอกเบี้ยของ ธปท. ควบคู่กับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับ พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนลบ. (9 ก.ค.) ซึ่งหากไม่ขัดรัฐธรรมนูญจะทำให้คลังลงนามกู้เงินเพื่อเดินหน้าแผนพลังงานทดแทนได้ตามกำหนด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
Daily Top Picks
ADVANC: มองเป็นหุ้นปลอดภัยท่ามกลางความตึงเครียดตะวันออกกลางที่กลับมาอีกครั้ง ผลประกอบการได้รับผลกระทบจากภายนอกจำกัด ขณะที่มองว่ามีแนวโน้มเติบโตตาม ARPU, ยอดขาย Smartphone และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และการควบคุมต้นทุนที่ดี เป้าหมายระยะสั้นที่ 382 บาท
PTTEP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดและราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้น กำไรสุทธิ 2Q69 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเท่าตัว QoQ จากปริมาณขายและราคาที่สูงขึ้นตามอุปสงค์ที่สูงในช่วงสงครามและกำไรจากการ Hedging เป้าหมายระยะสั้นที่ 136.50 บาท