ADVANC ประกาศงบไตรมาส 3 กำไร 6,032 ล้านบาท ลดลง 5.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน หลังโหมทำตลาด ดันค่าใช่จ่ายในการขายและการบริหาร อยู่ที่ 5,633 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.6% ขณะที่ลูกค้าระบบเติมเงินลดลง จากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่หดตัว เผยยอดจำนวนลูกค้ามือถือเพิ่มขึ้น 4.6 % เป็น 45.6 ล้านเลขหมาย แต่อัตราค่าบริการต่อเลขหมายเฉลี่ยต่อเดือน(ARPU)ลดลง 5% มาอยู่ที่ 212 บาท
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3 สิ้นสุด 30 กันยายน 2565 มีรายได้รวม 46,234 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากยอดขายเครื่องโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการเปิดตัว iPhone14 เร็วกว่าปีที่แล้วหนึ่งไตรมาส และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน
รายได้จากการให้บริการหลัก (ไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่ายและ รายได้จากการเป็นพันธมิตรกับเอ็นที) อยู่ที่ 33,130 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านพร้อมด้วยการเติบโตเล็กน้อยในธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรและอื่นๆ
รายได้จากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่ที่ 29,107 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 0.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนจากการภาวะแข่งขันและอัตราเงินเฟ้อที่มีผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่
รายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน อยู่ที่ 2,541 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากลูกค้ารายใหม่ และได้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่ม อย่างไรก็ตาม ARPU ยังคงปรับตัวลดลงจากแพ็กเกจราคาถูกสำหรับผู้ใช้บริการรายใหม่
รายได้จากธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรและอื่นๆ อยู่ที่ 1,481 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากความต้องการบริการคลาวด์ และบริการไอซีทีโซลูชั่นที่มากขึ้น แต่ปรับตัวลดลง 6.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากการปิดดีลใหญ่ของบริการคลาวด์ในไตรมาสก่อนที่ส่งผลให้มีฐานสูง
ขณะที่ต้นทุนการบริการ อยู่ที่ 21,863 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากต้นทุนโครงข่ายเนื่องจากต้นทุนค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น
ประกอบกับค่าใช่จ่ายในการขายและการบริหาร อยู่ที่ 5,633 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการใช้จ่ายทางการตลาดที่มากขึ้น อยู่ที่ 1,821 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ ยังขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิอยู่ที่ 231 ล้านบาท
ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3/65 อยู่ที่ 6,032 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 5.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มีกำไร 6,374.06 ล้านบาท และลดลง 4.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องจาก EBITDA ที่ต่ำลงในไตรมาส 3/2565 สาเหตุหลักเกิดจากการกลับมาทำการตลาด และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายโครงข่ายจากอัตราค่าไฟที่สูงขึ้นรวมถึงการขยายโครงข่าย รวมทั้งชดเชยด้วยผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้ และต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง
ส่วนงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีกำไร 19,256.14 ล้านบาท ลดลง 7% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไร 20,348.92 ล้านบาท จากการรับรู้รายการพิเศษเป็นรายได้อื่นในปีที่แล้ว
สำหรับจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่ที่ 45.6 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 157,300 เลขหมาย หรือเพิ่มขึ้น 4.6 % เมื่อเทียบกับปีก่อนก่อน แบ่งเป็นระบบรายเดือน 12.37 ล้านเลขหมาย และระบบเติมเงิน 33.29 ล้านเลขหมาย ขณะที่อัตราค่าบริการต่อเลขหมายเฉลี่ย (ARPU) ลดลง 5% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 212 บาท/เลขหมาย/เดือน
ส่วนผู้ใช้บรืการอินเตอร์เน็ตบ้าน หรือ เอไอเอสไฟเบอร์ ยังคงเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง มาอยู่ที่ 2.08 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเกิดจากจากการขยายการให้บริการครอบคลุมไปยังพื้นที่ชานเมืองมากขึ้น