Market

WHAUPงบ 9 เดือน กำไร 424 ล้านบาท บอร์ดเคาะปันผลหุ้นละ 0.060 บาท ขึ้น XD 24 พ.ย.นี้
11 พ.ย 2565

บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์  โชว์ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 65 กำไร 424 ล้านบาท บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลหุ้นละ 0.060 บาท XD วันที่ 24 พ.ย.นี้ ด้าน CEO "สมเกียรติ เมสันธสุวรรณ" เดินหน้าขยายพอร์ตการลงทุนต่อเนื่อง   


บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP รายงานผลการดำเนินงาน ไตรมาส 3/2565 ต่อตลาดหลักทรัพย์ มีรับรู้รายได้และส่วนแบ่งกำไรปกติ จำนวน 691 ล้านบาท และมีกำไรปกติ 90 ล้านบาท ลดลง 9% และ 67% ตามลำดับจากไตรมาส 3/2564  โดยรายได้จากธุรกิจจำหน่ายน้ำและไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ยังคงแข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทฯ ได้รับปัจจัยลบจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรปกติจากธุรกิจไฟฟ้า SPP ที่บริษัทฯ ร่วมลงทุนลดลงเนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น ในขณะที่ในส่วนของกำไรสุทธิ ในไตรมาส 3/2565 มีจำนวน 26 ล้านบาท ลดลง 87% จากไตรมาส 3/2564  เนื่องจากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยน


ส่วนผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้และส่วนแบ่งกำไรปกติ จำนวน 2,136 ล้านบาท ลดลง 8%  และมีกำไรปกติ จำนวน 424 ล้านบาท ลดลง 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากการลดลงของส่วนแบ่งกำไรปกติจากธุรกิจไฟฟ้า SPP เช่นเดียวกัน ในขณะที่มีกำไรสุทธิจำนวน 309 ล้านบาท ลดลง 47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยน


นายสมเกียรติ เมสันธสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (“WHAUP”) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภค ในไตรมาส 3/2565 บริษัทฯ มีปริมาณการจำหน่ายและบริหารน้ำทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมกันเท่ากับ 37 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาส 3/2564 ในขณะที่งวด 9 เดือนแรกของปี 2565 มียอดจำหน่ายน้ำและบริหารน้ำรวมทั้งในประเทศและต่างประเทศเท่ากับ 112 ล้านลูกบาศก์เมตร เติบโต 9%  เนื่องจากความต้องการใช้น้ำในภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ความต้องการใช้น้ำมูลค่าเพิ่ม 


ขณะที่ธุรกิจน้ำในประเทศเวียดนามมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 3/2565 มียอดจำหน่ายน้ำรวมตามสัดส่วนการถือหุ้นเท่ากับ 8 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นถึง 33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 มียอดจำหน่ายน้ำรวมเท่ากับ 21 ล้านลูกบาศก์เมตร เติบโต 26% โดยมีปัจจัยหลักจากปริมาณการจำหน่ายน้ำโครงการ Duong River ที่เพิ่มขึ้น 


ด้านธุรกิจพลังงาน  บริษัทฯ มีส่วนแบ่งกำไรปกติจากธุรกิจไฟฟ้าในไตรมาส 3/2565 จำนวน 115 ล้านบาท ลดลง 55% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2564 เพราะต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติในธุรกิจโรงไฟฟ้า SPP ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ค่า Ft เพิ่งได้รับการปรับขึ้นเป็น 93.4 สตางค์ต่อหน่วยในเดือนกันยายน และยังไม่สะท้อนการเพิ่มของต้นทุนดังกล่าวทั้งหมด ทำให้ margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง  ส่งผลให้สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 นั้น บริษัทฯ มีส่วนแบ่งกำไรปกติจากธุรกิจไฟฟ้าจำนวน 405 ล้านบาท ลดลง 42%  อย่างไรก็ตามในไตรมาส 4  จะเริ่มรับรู้การปรับค่า Ft ใหม่เต็มทั้งไตรมาส  ซึ่งคาดว่าจะส่งผลบวกต่อผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจ SPP ดังกล่าว


ส่วนผลการดำเนินงานของธุรกิจไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ รับรู้รายได้เท่ากับ 75 ล้านบาท และ 178 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งถ้านับเฉพาะรายได้จากธุรกิจ Private PPA ใน 9 เดือนแรกของปี 2565 มีการเติบโตถึง 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 บริษัทฯ มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่เปิดดำเนินการแล้วประมาณ 70     เมกะวัตต์ และมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโครงการพลังงานแสงอาทิตย์สะสมรวมแล้วทั้งสิ้น 131 เมกะวัตต์ จากเป้าที่ตั้งไว้ที่ 150 เมกะวัตต์ ภายในสิ้นปี 2565   


ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “WHAUP” กล่าวย้ำถึงภาพรวมการขยายธุรกิจว่า บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง  และด้วยศักยภาพความแข็งแกร่งทางธุรกิจ โดยเฉพาะการนำนวัตกรรมใหม่ๆมาใช้ในการขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม 

ด้วยผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินที่ยังคงแข็งแกร่ง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาล ในอัตราหุ้นละ 0.060 บาท โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 และกำหนดการจ่ายเงินปันผล ในวันที่ 7 ธันวาคม 2565 ตามลำดับ 
 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com