แนวโน้มตลาดวันนี้ (30 มีค) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET ปรับลง กังวลสงครามตะวันออกกลางลุกลาม หลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอล ส่งผลราคาน้ำมัน WTI และเบรนท์พุ่งขึ้นแรง แม้จะช่วยหนุนหุ้นพลังงานต้นน้ำ แต่น่าจะกดดัน sentiment โดยรวม ส่วนประเด็นในประเทศวันนี้นายกฯ จะนำรายชื่อ ครม.ขึ้นทูลเกล้าฯ คาดจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ภายในสัปดาห์นี้ ก่อนแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย. ทางเทคนิคดัชนีแกว่งตัวยังไม่ผ่านแนวต้านที่เป็น gap บริเวณ 1465 ส่วนการพักตัวมีแนวรับ 1425-1415
ประเด็นสำคัญ
• “กลุ่มฮูตี” ในเยเมนได้เข้าร่วมสงครามตะวันออกกลางหลังประกาศว่าได้ยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลและจะเดินหน้าต่อจนกว่าการโจมตีใส่อิหร่านและพันธมิตรอย่าง “ฮิซบอลเลาะห์” ในเลบานอนจะหยุดลง ทำให้ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบ “บับเอลมันเดบ” ที่เชื่อมต่อเอเชียกับยุโรป
• ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Alba ผู้ผลิตอลูมิเนียมรายใหญ่ในบาห์เรนและมีโรงหลอมที่ใหญ่ที่สุดในโลกเผยว่าโรงงานได้ตกเป็นเป้าหมายโจมตีตอบโต้ของอิหร่าน ประเมินจากเป็นปัจจัยหนุนราคาอะลูมิเนียมโลกเพิ่มเติม มองเป็นลบต่อกลุ่มเครื่องดื่ม อย่าง CBG OSP
• นายกฯ กล่าวบนเวที “Meet the Press” รัฐบาลจะปรับโครงสร้างการอุดหนุนราคาน้ำมันเป็น “กึ่งลอยตัว” แทนการอุดหนุนเต็มรูปแบบ เพื่อสะท้อนกลไกตลาดโลกมากขึ้น และความคืบหน้าการจัด ครม. ชุดใหม่ว่าได้รายชื่อครบแล้ว คาดจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ภายในสัปดาห์นี้
• สื่อต่างประเทศรายงานว่าไทยได้บรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน เพื่ออนุญาตให้เรือบรรทุกสัญชาติไทยสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ประเด็นดังกล่าวจะช่วยบรรเทาความกังวลห่วงโซ่อุปทานน้ำมันของไทย มองเป็นบวกต่อธุรกิจที่พึ่งพาวัตถุดิบจากตะวันออกกลาง เช่น โรงกลั่น, ปิโตรฯ เป็นต้น
• กบน. เดินหน้าตามนโยบายรัฐบาล เร่งส่งเสริมการใช้ดีเซล B20 โดยกำหนดราคาจำหน่ายต่ำกว่า B7 ราว 5 บาท/ลิตร เพื่อลดต้นทุนภาคการผลิต อุตสาหกรรม และขนส่ง มองเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงานทางเลือก GGC BBGI UBE โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกปรับขึ้นจะหนุนความน่าสนใจของพลังงานทางเลือก
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET ยังอยู่ในโหมดระมัดระวังจากแรงกดดันด้านวิกฤติพลังงานที่อาจลามสู่ภาวะ Stagflation ทั่วโลก แต่ในความผันผวนยังมีความหวังจากการเจรจาที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ กลยุทธ์ลงทุนจึงต้องเน้นความยืดหยุ่น โดยแบ่งตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุนเป็นหลัก ดังนี้
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงต่ำและกังวลการเจรจาล้มเหลว แนะนำให้ถือเงินสดหรือตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อรักษาความคล่องตัวและลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของ Bond Yield พร้อมรอจังหวะเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีเมื่อสถานการณ์ชัดเจนและราคาย่อตัวลงในระยะถัดไป ขณะที่ทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้นอย่าง PTTEP รวมทั้ง PTTGC จากส่วนต่างสเปรดกว้างขึ้นและไม่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยตั้งจุด Trailing Stop ไว้เสมอหากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย นอกจากนี้ยังสามารถสะสมหุ้น High Dividend (Div. Yield > 5%) เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตระยะสั้น (สะสมก่อนขึ้น XD ใน เม.ย.-พ.ค. นี้) ได้แก่ KTB KTC KBANK KKP TISCO BAM AP TLI
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และคาดหวังเชิงบวกต่อการเจรจา แนะนำให้ปรับพอร์ตตามกรอบเวลาและความผันผวน ดังนี้
1. ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์): เน้น Buy on Weakness หุ้นได้ประโยชน์จากน้ำมันปรับฐานและ Supply Chain ฟื้น รวมทั้งราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) ท่องเที่ยว (CENTEL ERW MINT) รพ. ระดับบน (BH BDMS) ยานยนต์ (AH SAT) รวมถึงหุ้น SET50 ที่เป็นเป้าหมาย Short Covering ได้แก่ LH WHA BTS AOT BDMS CPF MINT AWC HMPRO OR
2. ระยะกลาง (3-6 เดือน): เน้นทยอยสะสมหุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power รับมือภาวะเงินเฟ้อสูงจากฐานราคาน้ำมันใหม่ที่ยังทรงตัวสูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN)
3. ระยะยาว (6-12 เดือน+): เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดและนิคมฯ ที่ตอบโจทย์การลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET ยังผันผวนสูงจากแรงขายลดความเสี่ยงหลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังตึงเครียด โดยทิศทางของ SET จะขึ้นกับผลการเจรจาเป็นสำคัญ โดยหากการเจรจาล้มเหลวหรือเกิดการเผชิญหน้าทางทหารรุนแรงขึ้นคาด SET มีโอกาสปรับตัวลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมหรือต่ำกว่าที่ 1,320-1,350 จุด แต่หากบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่ถาวรคาด SET มีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบที่ 1,500-1,530 จุด สะท้อนการกลับมาของความเชื่อมั่นลงทุนและการฟื้นตัวของกำไร บจ. ที่เคยถูกกดดันจากวิกฤติพลังงานก่อนหน้านี้ ท่ามกลางความผันผวนจึงทำให้กลยุทธ์ลงทุนยังแบ่งตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุน
Daily Top Picks
ADVANC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากธุรกิจมีความเสี่ยงจำกัดต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตต่อทั้งในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเตอร์เน็ต ARPU มีแนวโน้มสูงขึ้น และต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลงจากฐานสูง และมี Upside จากการใช้ประโยชน์ผลขาดทุนสะสมทางภาษี เป้าหมายระยะสั้นที่ 373 บาท
BANPU: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาถ่านหินที่ปรับขึ้นและความต้องการใช้ในภูมิภาคที่สูงขึ้นเพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า และได้ประโยชน์จากการลงทุนในสหรัฐฯ ในธุรกิจก๊าซฯ และโรงไฟฟ้าที่ตามอุปสงค์ที่สูงขึ้น ตลาดประเมินผลประกอบการปี 69 จะพลิกกำไร 3.6 พันลบ. จากขาดทุน 2.0 พันลบ. ในปีก่อน เป้าหมายระยะสั้นที่ 6.30 บาท