Market

อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งตัว กังวล Stagflation
11 มี.ค. 2569

แนวโน้มตลาดวันนี้ (11 มี.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งพักตัว ตลาดประเมินสถานการณ์ใน ตอ.กลางยังมีความไม่แน่นอนแม้จะคาดหวังการสู้รบจบเร็วแต่ก็ยังมีการโจมตีตอบโต้รุนแรงอยู่ อีกทั้งกังวลเกิดภาวะ Stagflation ขณะที่ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 4 วันทำการติดต่อกันรวมกว่า 2.4 หมื่นลบ. ประเด็นติดตาม รายงานตัวเลขเงินเฟ้อ ก.พ. ของสหรัฐฯ ทางเทคนิคดัชนีดีดขึ้นมาแต่ยังเห็นความผันผวนสูง ประเมินแนวรับ 1385/1370 หากยืนได้มองเป็นการสร้างฐานที่แข็งแกร่ง แนวต้าน 1420/1435

 

ประเด็นสำคัญ

• รมว. กลาโหมสหรัฐฯ ประกาศเปิดฉากโจมตีอิหร่านอย่างเข้มข้น (10 มี.ค.) มุ่งเป้าทำลายโรงงาน/คลังขีปนาวุธ, กองทัพเรือ และฐานนิวเคลียร์ ขณะที่พบ 24 ชม. ที่ผ่านมาอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธในจำนวนน้อยที่สุดเทียบกับความสามารถที่ยิงได้

 

• ซาอุดิ อารามโก เตือนโลกเสี่ยงเผชิญภาวะหายนะหากสงครามยืดเยื้อ กระทบภาคการบิน เกษตร และยานยนต์ เป็นลูกโซ่ พร้อมเน้นย้ำเร่งฟื้นฟูเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนโรงกลั่น Ras Tanura เตรียมกลับมาดำเนินการหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้สัปดาห์ก่อน

 

• ภาคอุตสาหกรรมไทยได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางทำให้วัตถุดิบปิโตรเคมีขาดตลาด โดย SCG หยุดโรงงานโอเลฟินส์ระยองหลังขาดวัตถุดิบ, TOA ชี้สต็อกวัตถุดิบมีเหลือแค่ 20 วัน, TFMAMA ระบุขาดแคลนเม็ดพลาสติก สำหรับผลิตฟิล์มบรรจุภัณฑ์ โดยซัพพลายเออร์ปฎิเสธรับออเดอร์มาแล้ว 1สัปดาห์ มองเป็นลบต่อ SCC, TOA, TFMAMA และหากสถานการณ์ยืดเยื้อจะเสี่ยงกดดันเพิ่มต่อกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (อาหารสำเร็จรูปและเครื่องดื่ม) ที่จะต้องเผชิญภาวะของขาดตลาดและการปรับขึ้นราคาในระยะถัดไป เนื่องจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์และค่าขนส่งเพิ่มขึ้น

 

• จำนวน นทท. ต่างชาติเดินทางเข้าไทยในสัปดาห์ก่อนลดลง 9%WoW และพลิกลดลง 4%YoY กดดันจากกลุ่ม นทท. ระยะไกล รวมถึงกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรปที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ส่วน นทท. จีนลดลง 23%WoW แต่เพิ่มขึ้น 38%YoY ระยะสั้นยังมีมุมมองระมัดระวังกลุ่มท่องเที่ยวจากวิกฤติในตะวันออกกลาง

 

• ครม. สั่งหน่วยงานรัฐบาล-รัฐวิสาหกิจให้ทำงาน Work From Home และงดเดินทางไปดูต่างประเทศชั่วคราวเพื่อรับมือวิกฤติพลังงานชะงักจากตะวันออกกลาง (สอดคล้องกับเวียดนาม ปากีสถาน บังคลาเทศ) มองเป็นบวกต่อผู้จำหน่ายอุปกรณ์ IT อย่าง COM7 ADVICE SYNEX  

 

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมองวิกฤติในตะวันออกกลางกำลังยกระดับเข้าสู่ Scenario 3 (สงครามยืดเยื้อและขยายตัวระดับภูมิภาค) ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้ง SET จะเข้าสู่ภาวะ Bear Market และเสี่ยงเกิดแรงเทขายหนัก (Forced Sell) เพื่อโยกเงินไปพักในสินทรัพย์ปลอดภัยแทน (Safe Haven) อาทิ ทองคำ, USD และตราสารหนี้ระยะสั้น ส่วน GDP ไทยและ EPS SET ที่เดิมคาด 1.7% และ 95.7 บาท จะลดลงเป็น 1.1% และ 91 บาท ตามลำดับ ซึ่งหากอิง PER 14 เท่า ซึ่งเป็นระดับก่อนเงินทุนไหลเข้ารอบใหญ่ จะได้ SET ที่ระดับ 1275 จุด อย่างไรก็ดี มีโอกาสค่า Equity Risk Premium  จะสูงขึ้น (Yield Gap แคบลง) จนทำให้ Valuation ถูก De-rating ลงไปเทรดที่ PER 12 เท่าในกรณีเลวร้ายที่สุด (Worst-case) ที่ระดับ 1100 จุด เพื่อสะท้อนเงินทุนที่ไหลออกอย่างรุนแรงได้ (ในอดีต SET เคยลงไปแตะระดับ 12 เท่าในช่วงวิกฤตหนักๆ เช่น COVID-19)

 

 Daily Top Picks

KTB: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากเงินปันผลสูงที่ 2.24 บาท/หุ้น หรือคิดเป็น Div. Yield ที่ 6.5% โดยจะขึ้น XD วันที่ 10 เม.ย. 69 และมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ขณะที่มี ROE สูงและความเสี่ยงคุณภาพสินทรัพย์ต่ำกว่ากลุ่ม เรามีมุมมองที่ดีขึ้นต่อผลประกอบการปี 69 จาก Credit Cost ที่มีแนวโน้มลดลง เป้าหมายระยะสั้นที่ 35.25 บาท

 

AMATA: ปัจจัยกระตุ้นจากแนวโน้มกำไรสุทธิปี 69 ที่คาดเติบโต 17% จากการลงทุน Data Center ในไทย, การขยายตัวในเวียดนาม และนิคมอุตสาหกรรมใหม่ในลาว และคาดราว 50% ของ Backlog มูลค่า 2.1 หมื่นลบ. จะถูกบันทึกเป็นรายได้ในปีนี้ Valuation น่าสนใจ ซื้อขายด้วย PE 6x ที่ระดับ -1S.D. เป้าหมายระยะสั้นที่ 18.60 บาท

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com