บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ ทุ่มงบ 779 ล้านบาท สร้างโรงงานสกัด CPO แห่งที่ 2 ขนาดกำลังการผลิต 1,800 ตัน/วัน คาดแล้วเสร็จไตรมาส 1/2571 ดันกำลังการผลิต CPO รวมสูงสุด 7,200 ตันผลปาล์มสด/วัน พร้อมมุ่งสู่ผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มครบวงจรระดับประเทศ
นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (PCE) เปิดเผยว่า แนวโน้มการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 2/2569 เติบโตต่อเนื่อง จากแรงหนุนของกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ น้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ที่มีปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นตามภาวะผลผลิตปาล์มที่ปรับตัวดีขึ้น และน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ (RBDOL) ซึ่งยังสามารถสร้างการเติบโตได้ดี รวมทั้ง น้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) และ ไบโอดีเซล (B100) ยังมีทิศทางดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
“PCE ประเมินว่า ในไตรมาส 2 ของปีนี้ จะเห็นรายได้ในส่วนของไบโอดีเซล (B100) มีความชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากภาครัฐมีการปรับใช้ไบโอดีเซล B7 ในช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และให้ B20 เป็นทางเลือก เพื่อเป็นรากฐานที่สำคัญของภาคพลังงานไทย ประกอบกับบริษัทฯ เป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มครบวงจร พร้อมที่จะขยายกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มในหลากหลายมิติให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต”
ล่าสุด บริษัทฯ ได้ทำรายการเข้าซื้อที่ดินเกษตรกรรม เพื่อใช้ในการลงทุนก่อสร้าง โรงงานผลิตน้ำมันปาล์มดิบ แห่งที่ 2 มีขนาดกำลังการผลิตสูงสุด 75 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือ 1,800 ตันผลปาล์มสดต่อวัน มูลค่าในการลงทุนรวมสูงสุดไม่เกิน 779 ล้านบาท โดยคาดว่า ระยะเวลาในการก่อสร้างและติดตั้งเครื่องจักร รวมทั้งสิ้นประมาณ 18 เดือน และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จ และเริ่มเปิดดําเนินการผลิตได้ประมาณไตรมาส 1 ปี 2571 ซึ่งการเข้าลงทุนโครงการดังกล่าวจะดำเนินการผ่านบริษัท โอเชี่ยน ปาล์ม จำกัด (OCP) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ PCE ถือหุ้น 100% ของทุนจดทะเบียนที่ออกและชำระแล้ว ทั้งนี้ หากโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มดิบแห่งนี้แล้วเสร็จ จะส่งผลให้กลุ่มบริษัทฯ มีกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบรวมทั้งสิ้น 300 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือ 7,200 ตันผลปาล์มสดต่อวัน
สำหรับแนวโน้มในระยะกลางถึงยาว บริษัทฯ ยังคงมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ ภายใต้แผนตามโครงการ JUMP+ โดยเน้นการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม ควบคู่กับการขยายรายได้จากผลิตภัณฑ์หลัก โดยตั้งเป้าหมายให้มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 750–800 ล้านบาท ภายในปี 2571
อนึ่ง ภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2569 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 5,206 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่จำนวน 6.7 ล้านบาท