Market

อินโดรามา เวนเจอร์ส รายงานผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569 แข็งแกร่ง จากภาวะตลาดที่ปรับตัวดีขึ้นและการดำเนินงานอย่างมีวินัย
11 ส.ค. 2569

บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ ไอวีแอล ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน รายงานผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2569 ที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย ควบคู่กับความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในการเสริมสร้างปัจจัยพื้นฐานด้านการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้ 245.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบปีต่อปี และมี EBITDA อยู่ที่ 29.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 61  EBITDA ในช่วงไตรมาสที่สองมีความแข็งแกร่งอย่างมาก โดยทั้งสี่กลุ่มธุรกิจได้สร้างผลการดำเนินงานที่พัฒนาขึ้นเมื่อเทียบปีต่อปี กระแสเงินสดจากการดำเนินงานหลังหักเงินลงทุนเพื่อการบำรุงรักษาเพิ่มขึ้นร้อยละ 78 เป็น 25.9 พันล้านบาท ขณะที่การสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งช่วยสนับสนุนการลดภาระหนี้เพิ่มเติม โดยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 1.56 เท่า ทำให้บริษัทฯ สามารถบรรลุเป้าหมายสำหรับปี 2569 ที่กำหนดไว้ในงาน Capital Markets Day ได้เร็วกว่ากำหนด

ฝ่ายบริหารยังคงเดินหน้าดำเนินมาตรการพึ่งพาตนภายใต้กลยุทธ์ IVL 2.0 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการบริหารจัดการด้านการขายและการดำเนินงาน (Sales & Operations Execution: S&OE) การบริหารสินค้าคงคลังอย่างมีวินัย และการบริหารเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งช่วยสนับสนุนให้การเปลี่ยนผลการดำเนินงานเป็นกระแสเงินสดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยอัตราการหมุนเวียนสินค้าคงคลังปรับตัวดีขึ้นเป็น 5.0 เท่าในไตรมาสที่สอง จาก 4.7 เท่า ณ สิ้นปี 2568 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังบริหารอัตราการเดินเครื่องอย่างรอบคอบ เพื่อให้ปริมาณการผลิตสอดคล้องกับเป้าหมายสินค้าคงคลัง และรักษาคุณภาพของอัตรากำไรท่ามกลางภาวะราคาที่ผันผวน

 

ในระยะต่อไป อินโดรามา เวนเจอร์ส คาดว่าปัจจัยเอื้อหนุนตลาดที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษในไตรมาสที่สองจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2569 บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนภายใต้ส่วนต่างกำไรที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ การเปลี่ยนผลกำไรดังกล่าวให้เป็นกระแสเงินสดอิสระ การลดหนี้สินสุทธิในเชิงมูลค่า และการเพิ่มผลตอบแทนจากเงินทุน

นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปีสะท้อนทั้งภาวะตลาดที่เอื้ออำนวยและความคืบหน้าจากมาตรการพึ่งพาตนที่เราได้ดำเนินการเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่
อินโดรามา เวนเจอร์ส เนื่องจากภาวะตลาดจะกลับเข้าสู่ระดับปกติ ทำให้บทพิสูจน์ที่สำคัญกว่าคือเราจะสามารถเปลี่ยนข้อได้เปรียบจากแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นตลอดระยะเวลากว่าสามทศวรรษ ไม่ว่าจะเป็นขนาดธุรกิจ การบูรณาการ เครือข่ายการดำเนินงานทั่วโลก รูปแบบการดำเนินงานแบบผลิตในภูมิภาคเพื่อรองรับความต้องการในภูมิภาค (local-for-local) และสถานะที่แข็งแกร่งในกลุ่มลูกค้า ให้เป็นผลประกอบการที่สม่ำเสมอยิ่งขึ้น การสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งขึ้น และผลตอบแทนที่สูงขึ้นตลอดวัฏจักรธุรกิจได้หรือไม่

เราเริ่มเห็นข้อได้เปรียบเหล่านี้แปรเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ในการดำเนินงานแล้ว การบริหารจัดการการดำเนินงาน สินค้าคงคลัง และเงินทุนหมุนเวียนอย่างมีวินัยยิ่งขึ้นกำลังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างกระแสเงินสด ขณะที่การดำเนินการด้านพอร์ตโฟลิโอธุรกิจช่วยยกระดับคุณภาพของธุรกิจและเพิ่มผลตอบแทนจากเงินทุน เมื่อดำเนินการร่วมกัน มาตรการเหล่านี้กำลังเสริมให้อินโดรามา เวนเจอร์ส มีความคล่องตัวและความแข็งแกร่งทางการเงินมากยิ่งขึ้น

 

เรายังคงเชื่อมั่นต่อแนวโน้มที่คาดไว้สำหรับปี 2569 และเป้าหมายที่มุ่งหวังสำหรับปี 2571 โดยเรามุ่งเดินหน้าดำเนินการในส่วนที่สามารถควบคุมได้ เสริมสร้างความแข็งแกร่งของงบดุล และเพิ่มผลตอบแทน พร้อมทั้งรักษาความยืดหยุ่นเพื่อคว้าโอกาสในการเติบโตตามการเปลี่ยนแปลงของตลาด”

การปรับตัวดีขึ้นของผลประกอบการมีปัจจัยหลักจากกลุ่มธุรกิจ Combined PET ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย รวมถึงประโยชน์จากแพลตฟอร์มระดับโลกที่มีการบูรณาการและรูปแบบการดำเนินงานแบบ local-for-local ของอินโดรามา เวนเจอร์ส สำหรับกลุ่มธุรกิจ Indovida ยังคงรักษาแรงส่งการเติบโต โดยได้รับแรงสนับสนุนจากสถานะผู้นำในตลาดบรรจุภัณฑ์ ความใกล้ชิดและความเข้าใจลูกค้า และโครงการขับเคลื่อนการเติบโตจากภายในองค์กร ส่วนกลุ่มธุรกิจ Indovinya มีผลการดำเนินงานแข็งแกร่งทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ High Value Applications และ Essentials โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความเป็นเลิศด้านการพาณิชย์  กลุ่มธุรกิจ Fibers มีผลการดำเนินงานในไตรมาสที่สองปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Hygiene ที่ทรงตัว และการดำเนินมาตรการด้านการปรับเปลี่ยนธุรกิจ แม้ว่าตลาดปลายทางในกลุ่ม Lifestyle และ Mobility ยังคงอ่อนตัวอย่างต่อเนื่อง

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com