แนวโน้มตลาดวันนี้ (21 พฤษภาคม ) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งขึ้น ตลาดกลับมาเป็นภาวะ risk-on อีกครั้ง โดยสินทรัพย์เสี่ยงขยับขึ้น ราคาน้ำมัน-Bond Yield ร่วงลง จากความคาดหวังสถานการณ์ ตะวันออกกลางคลี่คลายหลังสหรัฐฯ ระบุการเจรจากับอิหร่านกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย อีกทั้งการรายงานงบฯ NVDA ที่ออกมาดีน่าจะช่วยสร้างอานิสงส์เชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ และน่าจะช่วยลดผลเชิงลบจากการปรับลงของหุ้นพลังงานต้นน้ำได้ ทางเทคนิคดัชนีดีดขึ้น ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันต่อเนื่อง มีแนวโน้มทดสอบจุดสูงเดิม
ประเด็นสำคัญ
• ปธน. ทรัมป์เผยการเจรจาเพื่อยุติกับอิหร่านกำลังอยู่ใน “ขั้นตอนสุดท้าย” ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้ลดลงกว่า 6% สู่ระดับ US$ 105/bbl. มองเป็นปัจจัยกดดันต่อหุ้นพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะ 10 ปี ลดลงสู่ 4.59% ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
• กรมธุรกิจพลังงานเผยว่ากำลังอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางการส่งออกน้ำมันอากาศยาน (Jet A-1) เพื่อบริหารน้ำมันส่วนเกินในประเทศ หลังกลุ่มโรงกลั่นร้องปริมาณน้ำมันล้นสต็อกและกระทบกระบวนการผลิต เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเริ่มส่งออกได้ภายในเดือนหน้า หากโรงกลั่นกลับมาส่งออกได้ จะเป็นบวกต่อกลุ่มโรงกลั่น (TOP, BCP, SPRC)
• ททท. เผยสถานการณ์การท่องเที่ยวตลาด นทท. ระยะไกล (อเมริกาและยุโรป) ช่วง ม.ค. – เม.ย. 2569 คงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับในปีก่อน แม้ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อไทยทั้งในด้านจุดหมายปลายทางยอดนิยมและความเชื่อมั่น เป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (MINT, CENTEL, AOT)
• บอร์ด EEC เห็นชอบหลักการขยายพื้นที่ EEC ครอบคลุมปราจีนบุรี เพื่อรองรับการขยายอุตสาหกรรมเพิ่มเติม และจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ “สมาร์ทโลจิสติกส์” ในฉะเชิงเทราเพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กระจายสินค้านานาชาติ คาดจะมีเม็ดเงินลงทุนในพื้นที่ราว 1,350 ล้านบาท
• Nvidia เผยผลประกอบการ 1Q69 โดดเด่น ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 8.16 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 85%YoY ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 5.83 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 211%YoY มองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์(DELTA, HANA, KCE) แต่ราคาหุ้นพุ่งสูงวานนี้ ทำให้ต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุน
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยมี Upside จำกัดที่แนวต้าน 1,530-1,550 จุด โดยในประเทศ แม้มีแรงหนุนจากกำไรรวมตลาด 1Q69 ที่แข็งแกร่ง และ Sentiment บวกจาก ครม.เตรียมพิจารณามาตรการไทยช่วยไทยพลัสในวันที่ 19 พ.ค. แต่มองถูกสะท้อนไปในดัชนีพอสมควรแล้ว ทำให้นักลงทุนจะกลับมาโฟกัสผลกระทบสงครามตะวันออกกลางที่จะฉุดรั้งกำไร 2Q69 ของ บจ. แทน ขณะที่การประชุม Trump–Xi แม้บรรยากาศจะเป็นบวกต่อ Sentiment การลงทุนระยะสั้น แต่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมยังจำกัดและไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในการแข่งขันระหว่างกันในระยะยาว อีกทั้งราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูงนาน เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจนผ่านภาวะเงินเฟ้อสูง ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
Daily Top Picks
GULF: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาเชื้อเพลิงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง กำไรปกติ 2Q69 มีแนวโน้มทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องตามความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้น, Capacity Payment โรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ ที่ปรับขึ้น, ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC และเงินปันผลจาก KBANK เป้าหมายระยะสั้นที่ 61.25 บาท
TIDLOR: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง และบริษัทประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.69 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. Yield 4.3% และประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน ไม่เกิน 123 ล้านหุ้น (สัดส่วน 4.24%) ระหว่างวันที่ 28 พ.ค. – 27 พ.ย. 2569 กำไรสุทธิปี 2569 คาดจะเติบโต 12% เป้าหมายระยะสั้นที่ 16.80 บาท