ITD เผยบริษัทย่อย คว้าสัมปทานบัตรโครงการเหมืองแร่โพแทช ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี 4 แปลงของแหล่งแร่อุดรใต้ รวมเนื้อที่ 26,446 ไร่ 1 งาน 49 ตารางวา อายุสัมปทาน 25 ปี เริ่ม 23 ก.ย.65
บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า บริษัท เอเซีย แปซิฟิค โปแตซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (APPC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นใหญ่ 90% และกระทรวงการคลังถือหุ้น10% ได้รับมอบประทานบัตรโครงการเหมืองแร่โพแทชจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี
สำหรับโครงการเหมืองแร่โพแทช จังหวัดอุดรธานี เป็นโครงการที่กระทรวงอุตสาหกรรมโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ได้ออกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เชิญชวนบริษัทต่างๆ ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตแร่โพแทช ซึ่งบริษัท APPC ได้รับสิทธิดังกล่าวในพื้นที่อยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี เป็นคำขอประทานบัตร จำนวน 4 แปลงของแหล่งแร่อุดรใต้ รวมเนื้อที่ 26,446 ไร่ 1 งาน 49 ตารางวา
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบฯ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ต่อมาคณะกรรมการแร่ ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ได้อนุญาตประทานบัตร การทำเหมืองประเภทที่ 3 การทำเหมืองใต้ดิน ประเภทแร่โพแทช เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2565
แหล่งแร่อุดรใต้มีปริมาณสำรองแร่ทั้งหมด 85,820,781 เมตริกตัน เมื่อนำมาแต่งแร่จะได้โพแทชเซี่ยมคลอไรด์ (KCl) รวมเป็นจำนวน 33,715,307 เมตริกตัน ในอัตราการผลิตสูงสุด 2.1 ล้านตันต่อปี โดยมีข้อผูกพันที่จะต้องขายในประเทศก่อนประมาณ 700,000 ตันต่อปี ส่วนเกินจึงจะส่งออกต่างประเทศประมาณ 1.4 ล้านตันต่อปี
ระยะเวลาการอนุญาตประทานบัตร 25 ปีเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565 โดยมีระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี ผลิตแร่โพแทช 21 ปี และปิดเหมืองประมาณ 1 ปี อย่างไรก็ตามตามกฎหมายบริษัทฯ สามารถขอขยายสัมปทานเพิ่มได้อีก 5 ปี
ทั้งนี้ ราคาประกาศล่าสุดของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2565 คือ 34,250 บาทต่อเมตริกตัน นอกจากนั้นแร่โพแทช (K) เป็นแม่ปุ๋ย หนึ่งในธาตุอาหารสำคัญ (N-P-K) ที่ช่วยเพิ่มผลผลิตของพืชในปัจจุบัน ประเทศไทยต้องนำเข้าแม่ปุ๋ยจากต่างประเทศทั้งหมด จึงประสบปัญหาภาวะการขาดแคลนและแม่ปุ๋ยมีราคาสูงขึ้นมาก