แนวโน้มตลาดวันนี้(26 ก.พ.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งขึ้นต่อ แต่อาจย่อพักตัวบ้างเพื่อลดความร้อนแรง สะท้อนปัจจัยบวกการเมืองหลัง กกต. ประกาศรับรอง สส. แบ่งเขต 396 ราย รวมทั้งการประชุม กนง. ลดดอกเบี้ยพลิกความคาดหมาย ขณะที่ต่างชาติสลับมาขายสุทธิ ประเด็นติดตามวันนี้ การเจรจานิวเคลียร์สหรัฐฯ-อิหร่านรอบ 3 จะได้ข้อสรุปมากขึ้นหรือไม่ รวมทั้งความชัดเจนมาตรการภาษีทรัมป์ ทางเทคนิคดัชนีมีแนวต้าน 1530/1545 จุด การย่อพักตัวหากไม่ต่ำกว่า 1500/1490 ประเมินยังเป็นสัญญาณที่ดี
ประเด็นสำคัญ
• ที่ประชุม กนง. มีมติ 4-2 ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 25bps สู่ 1.00% เพื่อหนุนเศรษฐกิจฟื้น มองเป็นบวกต่อหุ้นที่มีหนี้สูง พึ่งพากำลังซื้อ และปันผลสูงอย่างกลุ่มไฟแนนซ์, อสังหา, โรงไฟฟ้า, ค้าปลีก, สื่อสาร, ท่องเที่ยว และ REITs แต่เป็นลบต่อกลุ่มธนาคารที่จะมี NIM แคบลง และกลุ่มประกันจากแนวโน้มผลตอบแทนลงทุนที่ลดลง
• กกพ. เผยสถิติความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดครั้งแรกของปี 2569 เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 69 ที่ระดับ 32,614.3 MW หลังไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ ทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นรวดเร็ว แม้จะยังไม่ทำลายสถิติปี 67 แต่ถือเป็นสัญญาณบวกต่อกลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้อง มองบวกต่อกลุ่มพาณิชย์ (CPALL HMPRO) และเครื่องดื่ม (OSP CBG ICHI)
• ธอส. เผยธุรกิจอสังหาฯ ไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปเมื่อปี 68 ปีนี้เห็นการฟื้นตัวกลับเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 4 ปี ปัจจัยสำคัญจากรัฐมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นในการช่วยแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ดอกเบี้ยขาลง นักท่องเที่ยวฟื้น มองบวกต่อกลุ่มอสังหาฯ (AP SIRI)
• กกต. รับรองผลการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต 396 เขต ส่วน สส. เขตที่เหลือและ สส. แบบบัญชีรายชื่อคาดรับรองได้สัปดาห์ต้น มี.ค. นี้ และหลังผ่านวันรับรองแล้ว 15 วัน จะเปิดประชุมสภาฯ เพื่อเลือกประธานสภา เป็นบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในประเทศ
• การกล่าวสุนทรพจน์ของ ปธน. ทรัมป์ในเวที State of the Union เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงความสำเร็จด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล, ความสำเร็จการลดการลักลอบเข้าพรมแดน, โครงการ TrumpRX ลดราคายา และจะเดินหน้าสนับสนุนประชาชนครอบครองบ้านมากขึ้น และผลักดันเก็บรายได้รัฐบาลจากภาษีศุลกากรแทนที่ภาษีเงินได้
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ 1460-1530 จุด โดยแม้ภาพรวมจะได้แรงหนุนจากการไหลเข้าของ Fund Flow หลังการเมืองไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น และล่าสุด กนง. มีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เพื่อหนุนนเศรษฐกิจ ซึ่งสร้าง Positive Surprise ให้แก่ตลาด แต่มองดัชนีปรับขึ้นมาตอบรับข่าวดีต่างๆ ไปแล้วในระดับนึงแล้ว จนทำให้ปัจจุบันดัชนีขยับขึ้นมาเทรด PER 2569F ที่บริเวณ 16 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง10 ปี จึงอาจทำให้แรงส่งการปรับขึ้นเริ่มจำกัดและต้องระวังแรงขายทำกำไรสลับออกมาในระยะสั้นเพื่อลดความตึงตัวของ Valuation โดยปัจจัยติดตามสำคัญ ได้แก่ การเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการประกาศงบ 4Q68 ของหุ้น Real Sector ซึ่งจะเห็นแรงเก็งกำไรในหุ้นที่งบออกมาดีหรือจ่ายเงินปันผลเด่น รวมทั้งนโยบายของ ปธน. ทรัมป์ โดยเฉพาะการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน (26 ก.พ.) ซึ่งจะมีผลต่อบรรยากาศลงทุน ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” เมื่อดัชนีย่อตัวลงมาใกล้แนวรับสำคัญที่ 1450/1420 จุด
Daily Top Picks
CPALL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากคาดได้อานิสงส์เข้าสู่ฤดูร้อนไทยหนุนยอดขายเครื่องดื่ม ดอกเบี้ยขาลงหนุนกำลังซื้อ และ นทท. ต่างชาติมาไทยเพิ่มขึ้นหนุนยอดขายธุรกิจ CVS โดยประเมิน SSS ใน 1Q69TD จะดีสุดในกลุ่มค้าปลีก เป้าหมายระยะสั้นที่ 53.00 บาท
CENTEL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจาก 4Q68 กำไรดีกว่าตลาดคาด 11% จากธุรกิจโรงแรมและอาหารที่แข็งแกร่ง พร้อมจ่ายปันผลหุ้นละ 0.67 บาท (XD 6 พ.ค.) ส่วนปี 69 คาดกำไรโตดีต่อ 22%YoY จากท่องเที่ยวไทยฟื้นและผลขาดทุนลดในมัลดีฟส์ เป้าหมายระยะสั้นที่ 41.50 บาท