Market

อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET พักสั้นไม่ควรหลุด 1250 อีก
16 ม.ค. 2569

แนวโน้มตลาดวันนี้ (16 ม.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดแกว่งไซด์เวย์ ตลาดมีแรงซื้อหุ้นที่ลงแรงก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็น การแพทย์ ค้าปลีก ไฟแนนซ์ คกก. กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์จีน (CSRC) เพิ่มเงินวางประกันเพื่อกู้ซื้อหุ้นเพิ่มจาก 80% เป็น 100%ทำให้อาจมีเงินไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียอื่นแทน รวมถึงไทย นลท. ต่างชาติซื้อสุทธิพันล้านต่อเป็นวันที่ 2 สัปดาห์หน้าติดตาม GDP จีน หากต่ำกว่าคาดอาจหนุนกลุ่ม China Play ต่อ เก็งออกมาตรการฯ ทางเทคนิคเป็นบวกหลังยืน 1250 พักสั้นไม่ควรหลุด 1255/1250 อีก

 

ประเด็นสำคัญ

• บอร์ด BOI อนุมัติโครงการลงทุน Data Center 7 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 9.6 หมื่นลบ. ได้แก่บริษัททรูฯ (Load 223MW), การร่วมทุน GULF, Singtel และ AIS (120MW), โครงการร่วมทุนของกลุ่ม STECON (25MW) ส่วนในปี 2568 ได้มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนแล้ว 36 โครงการ มูลค่า 7.28 แสนลบ. และตั้งอยู่ใน ระยอง, ชลบุรี, สมุทรปราการ, ปทุมธานี, ฉะเชิงเทรา และ กทม. เป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มนิคมฯ (AMATA WHA), โรงไฟฟ้า (GULF BGRIM GPSC WHAUP) และสื่อสาร (ADVANC TRUE) 

 

• นายกฯ สั่งการกระทรวงคมนาคมให้ดำเนินการบอกเลิกสัญญากับ ITD ซึ่งเป็นคู่สัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนและโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 พร้อมขึ้นบัญชีดำ หลังเกิดเหตุโศกนาฏกรรมต่อเนื่องใน 1 สัปดาห์ มองเป็นบวกต่อผู้รับเหมาขนาดใหญ่รายอื่น (STECON CK) ซึ่งจะมีโอกาสได้โครงการจากภาครัฐเพิ่ม

 

• TSMC เผยผลประกอบการ 4Q68 แข็งแกร่ง รายได้และกำไรสุทธิเติบโต 21%YoY และ 35%YoY ตามลำดับ หนุนจากความต้องการชิปและอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น ท่ามกลางตลาดหน่วยความจำเผชิญภาวะขาดแคลน ด้านผู้บริหารยังคงมีมุมมองบวกต่ออุปสงค์ AI และ Data Center และ Capex มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง สำหรับตลาดหุ้นไทย มองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อ DELTA

 

• เวทีประชันวิสัยทัศน์ FETCO ทั้ง 8 พรรคการเมืองให้ความสำคัญตลาดทุนไทยเน้นฟื้นความเชื่อมั่น เพิ่มสภาพคล่อง ทลายการผูกขาด หนุนโปรดักต์ใหม่ และ New Economy รวมทั้งต้องปฏิรูปกฎหมายให้ ก.ล.ต. มีบทบาทมากขึ้น มองหากทำได้จะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นไทย

 

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบ 1230–1300 จุด ปัจจัยในประเทศติดตานโยบายหาเสียงด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมืองซึ่งจะมีผลต่อความคาดหวังเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเริ่มเข้าสู่ช่วงประกาศงบ 4Q68 ของกลุ่มธนาคาร ส่วนปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามซึ่งอาจมีผลต่อจิตวิทยาการลงทุนระยะสั้น ได้แก่ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ อาทิ ปฏิบัติการในเวเนซุเอลาและเหตุการณ์ประท้วงในอิหร่านที่มีผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมัน, กรณี ปธน. ทรัมป์ส่งสัญญาณต้องการให้สหรัฐฯ ครอบครองกรีนแลนด์ที่อาจกดดันความสัมพันธ์สหรัฐฯ-ยุโรปตึงเครียดเพิ่มขึ้น รวมทั้งจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ CPI, PPI และยอดค้าปลีก ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

 

Daily Top Picks

CPALL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากแนวโน้มผลประกอบการใน 4Q68 ที่คาดว่าจะออกมาดีที่สุดในกลุ่มที่ประมาณ 7 พันลบ. (+1% YoY และ +8% QoQ ) ขณะที่ SSS เริ่มฟื้นตัวคาดกำไรใน 1Q69 โตต่อได้ ทั้ง QoQ และ YoY ส่วนValuation ไม่แพง PE 2569F อยู่ที่ 12 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มทั้งที่การเติบโตเด่นกว่า เป้าหมายระยะสั้น 43.25 บาท

 

WHA: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากข่าวบอร์ด BOI อนุมัติโครงการลงทุน Data Center ขนาดใหญ่ 7 โครงการ บริษัทเป็นผู้ประกอบการที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ ในขณะที่ผลประกอบการคาดว่าในปี 2568 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 4.65พันลบ. ขยายตัว 6.8% และเติบโตต่อเนื่องในปี 2569 เป็น 4.76 พันลบ. (+2.3%) เป้าหมายระยะสั้นที่ 3.28 บาท

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com