Market

บล.เคจีไอ แนะถือ KTC ให้ราคาเป้าหมายปี 66 ที่ 62 บาท
29 ก.ย. 2565

บล.เคจีไอ แนะนำถือ KTC โดยมีราคาเป้าหมายปี 66 ที่ 62 บาท

 

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) แนะนำ “ถือ” หุ้น บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) โดยราคาเป้าหมายปี 66 อยุ่ที่ 62 บาท มองว่า KTC สามารถขยายธุรกิจบัตรเครดิต และสินเชื่อ P-loan ได้ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยยังคงคุมคุณภาพสินทรัพย์เอาไว้ได้และไม่ทำให้ credit cost สูงขึ้น ในขณะที่สัดส่วน NPL coverage ยังสูงถึงประมาณ 300% อย่างไรก็ตาม ธุรกิจใหม่ยังโตช้า และอาจจะต้องมีการปรับกลยุทธ์การเติบโตในปีหน้าใหม่ ทั้ง จาก growth profile ที่ดี และคุณภาพสินทรัพย์ทำให้ราคาหุ้นมี premium โดย PE อยู่ที่ 22x/19x ของกำไรปี 65/66 สูงกว่าหุ้นอื่นในกลุ่มประมาณ 20-25% เรายังคงแนะนำถือ และจะกลับมาซื้อสะสมอีกครั้ง เมื่อเห็นทิศทางการเติบโตใหม่ชัดเจนมากขึ้น

 

ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้นมากกว่า 25% ในไตรมาส 3 ทำให้สินเชื่อโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งนี้ ยอดใช้จ่ายผ่านบัตราเครดิตของ KTC ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอีกในไตรมาส 3 จากฐานที่ต่ำ (ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรในไตรมาส 3 ปี 64 ต่ำที่สุดในรอบ 2 ปี) และการจับจ่ายใช้สอยของชนชั้นกลางที่ฟื้นตัวขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งนี้ ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จาก -12% YoY ใน 3Q64 เป็น -1.6% ใน 4Q64, +7.9% ใน 1Q65 และ 25.8% ใน 2Q65 และคาดว่า ยังสูงอยู่ในระดับ 25% ใน 3Q65 และจะทำให้สินเชื่อโตถึง 14% YoY ใน 3Q65 จาก +6.9% YoY ใน 2Q65 ทั้งนี้ แม้ว่ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรของ KTC จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่การเติบโตยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอยู่

 

ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะเร่งตัวขึ้น โดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ KTC เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่วางแผนเอาไว้ใน 1H65 จึงคาดว่า ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 3 ในส่วนค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพื่อรักษาและกระตุ้นยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต เราใช้สมมติฐานว่า ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้น 4% QoQ และ 12% YoY ใน 3Q65 และ +10% ใน 9M65 ซึ่งจะทำให้สัดส่วนต้นทุน/รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 40.5% ใน 3Q65 แต่จะยังต่ำกว่า ใน 3Q64 ที่ 41% ซึ่งในประมาณการค่าใช้จ่ายส่วนนี้ เราใช้สมมติฐานว่า ไม่มีการใช้แนวทางจ่ายค่าตอบแทนก้อนใหญ่ให้กับพนักงานของ KTB เพื่อเพิ่มยอดสินเชื่อจำนำทะเบียน

 

ด้าน NPL เพิ่มขึ้น แต่สำรองน่าจะยังเป็นไปตามคาด โดย KTC รายงานว่า NPL ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยสัดส่วน NPL/สินเชื่อ ใน 2Q65 อยู่ที่ 3.4% โดยบริษัทมองว่า NPL มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกใน 3Q65 แต่สัดส่วน NPL โดยรวมจะเป็นไปตามประมาณการที่ <3.6% เราใช้สมมติฐานสัดส่วน NPL ที่ประมาณ 3.53% ใน 3Q65F และยังคงสัดส่วน NPL coverage เอาไว้ที่ 300% โดยคาดว่า บริษัทจะยังคงระดับ credit cost เอาไว้เพื่อ write-off หนี้เสีย
 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com