บล.เคจีไอ แนะนำถือ KTC โดยมีราคาเป้าหมายปี 66 ที่ 62 บาท
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) แนะนำ “ถือ” หุ้น บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) โดยราคาเป้าหมายปี 66 อยุ่ที่ 62 บาท มองว่า KTC สามารถขยายธุรกิจบัตรเครดิต และสินเชื่อ P-loan ได้ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยยังคงคุมคุณภาพสินทรัพย์เอาไว้ได้และไม่ทำให้ credit cost สูงขึ้น ในขณะที่สัดส่วน NPL coverage ยังสูงถึงประมาณ 300% อย่างไรก็ตาม ธุรกิจใหม่ยังโตช้า และอาจจะต้องมีการปรับกลยุทธ์การเติบโตในปีหน้าใหม่ ทั้ง จาก growth profile ที่ดี และคุณภาพสินทรัพย์ทำให้ราคาหุ้นมี premium โดย PE อยู่ที่ 22x/19x ของกำไรปี 65/66 สูงกว่าหุ้นอื่นในกลุ่มประมาณ 20-25% เรายังคงแนะนำถือ และจะกลับมาซื้อสะสมอีกครั้ง เมื่อเห็นทิศทางการเติบโตใหม่ชัดเจนมากขึ้น
ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้นมากกว่า 25% ในไตรมาส 3 ทำให้สินเชื่อโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งนี้ ยอดใช้จ่ายผ่านบัตราเครดิตของ KTC ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอีกในไตรมาส 3 จากฐานที่ต่ำ (ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรในไตรมาส 3 ปี 64 ต่ำที่สุดในรอบ 2 ปี) และการจับจ่ายใช้สอยของชนชั้นกลางที่ฟื้นตัวขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งนี้ ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จาก -12% YoY ใน 3Q64 เป็น -1.6% ใน 4Q64, +7.9% ใน 1Q65 และ 25.8% ใน 2Q65 และคาดว่า ยังสูงอยู่ในระดับ 25% ใน 3Q65 และจะทำให้สินเชื่อโตถึง 14% YoY ใน 3Q65 จาก +6.9% YoY ใน 2Q65 ทั้งนี้ แม้ว่ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรของ KTC จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่การเติบโตยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอยู่
ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะเร่งตัวขึ้น โดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ KTC เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่วางแผนเอาไว้ใน 1H65 จึงคาดว่า ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 3 ในส่วนค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพื่อรักษาและกระตุ้นยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต เราใช้สมมติฐานว่า ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้น 4% QoQ และ 12% YoY ใน 3Q65 และ +10% ใน 9M65 ซึ่งจะทำให้สัดส่วนต้นทุน/รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 40.5% ใน 3Q65 แต่จะยังต่ำกว่า ใน 3Q64 ที่ 41% ซึ่งในประมาณการค่าใช้จ่ายส่วนนี้ เราใช้สมมติฐานว่า ไม่มีการใช้แนวทางจ่ายค่าตอบแทนก้อนใหญ่ให้กับพนักงานของ KTB เพื่อเพิ่มยอดสินเชื่อจำนำทะเบียน
ด้าน NPL เพิ่มขึ้น แต่สำรองน่าจะยังเป็นไปตามคาด โดย KTC รายงานว่า NPL ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยสัดส่วน NPL/สินเชื่อ ใน 2Q65 อยู่ที่ 3.4% โดยบริษัทมองว่า NPL มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกใน 3Q65 แต่สัดส่วน NPL โดยรวมจะเป็นไปตามประมาณการที่ <3.6% เราใช้สมมติฐานสัดส่วน NPL ที่ประมาณ 3.53% ใน 3Q65F และยังคงสัดส่วน NPL coverage เอาไว้ที่ 300% โดยคาดว่า บริษัทจะยังคงระดับ credit cost เอาไว้เพื่อ write-off หนี้เสีย