แนวโน้มตลาดวันนี้ (21 เม.ย.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่ง sideways ในกรอบ ตลาดคาดหวังการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านรอบใหม่จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ รวมทั้งคาดหวังข้อตกลงหยุดยิงที่จะสิ้นสุดลงในเช้าวันพรุ่งนี้ (ตามเวลาไทย) อาจขยายออกไป ขณะที่ราคาน้ำมันยังทรงตัว ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยลดความเสี่ยงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ทางด้านการประชุม ครม.วันนี้ พิจารณาการจัดทำงบประมาณฯ ปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านลบ. ทางเทคนิค ดัชนีแกว่งตัวใกล้เส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน หากยืน 1470 ได้น่าจะชะลอการลงช่วงสั้น
ประเด็นสำคัญ
• อิหร่านส่งสัญญาณเชิงบวก หลัง จนท. อาวุโสเผยว่ากำลังพิจารณากลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง ท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่ใกล้จะสิ้นสุดลงในเช้าวันที่ 22 เม.ย. เวลา 8:00 เวลาไทย ด้านปากีสถานเผยการปิดน่านน้ำอิหร่านโดยสหรัฐฯ เป็นอุปสรรคต่อการเจรจา มองประเด็นดังกล่าวคงเป็น Overhang ต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
• Kuwait Petroleum Corp. ประกาศเหตุสุดวิสัยต่อเรือบรรทุกน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปจากผลกระทบต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทำให้ไม่สามารถส่งมอบน้ำมันได้ตามสัญญา แต่ย้ำว่าประเด็นดังกล่าวไม่หมายถึงอุปทานจะชะงักโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้ไทยได้รับผลกระทบจำกัดเนื่องจากนำเข้าน้ำมันจากคูเวตเพียง 0.4% ของการนำเข้าทั้งหมด
• รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก. เงินกู้ วงเงิน 5 แสนลบ. เพื่อรองรับวิกฤตซ้ำซ้อนจากสงครามตะวันออกกลางและ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ซึ่งกระทบต่อต้นทุนพลังงานและภาคเกษตรกรรม และยอมรับ “ฐานะการคลังตึงตัว” จึงจำเป็นต้องเตรียมวงเงินสำรอง ทำให้รัฐบาลต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะเป็นระดับ 70-75% (เดิม 66%)
• กบน. มีมติปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนน้ำมันลง ส่งผลให้ราคาขายปลีกดีเซลวันนี้ลดลง 1.20 บาท/ลิตร สู่ 41.70 บาท/ลิตร ตามทิศทางราคาน้ำมันโลกที่ปรับลงตามความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทุเลาลง ราคาขายปลีกน้ำมันที่ปรับลงช่วยผ่อนคลายต้นทุนในหลายอุตฯ รวมถึงแรงกดดันต่อกำลังซื้อ เป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีก (BJC HMPRO GLOBAL) และไฟแนนซ์ (MTC TIDLOR SAWAD)
• ธนาคารออมสินจัดทำโครงการ Soft Loan ตามมติ ครม. สำหรับเสริมสภาพคล่องประชาชนและ SMEs วงเงิน 1 แสนลบ. ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนการติดตั้ง Solar Cell (ดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.5%) และการจัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า (เริ่มต้น 5-10%) วงเงิน 5 พันลบ. เป็นบวกต่อธุรกิจจำหน่ายและติดตั้ง Solar Cellและระบบชาร์จ EV (GULF GUNKUL BANPU SCC HMPRO GLOBAL AMATA WHA)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET เข้าสู่โหมดผันผวน โดยทิศทางดัชนีขึ้นอยู่กับผลเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านเป็นหลัก ทั้งนี้หากการเจรจามีพัฒนาการเชิงบวกก่อนเส้นตายหยุดยิงจะเป็น Catalyst หนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกเข้าสู่ภาวะ Risk-on โดยคาด SET จะดีดตัวแบบ V-Shape ทะลุแนวต้านที่ 1,500-1,530 จุด แต่หากการเจรจาล้มเหลวจนนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหาร จะส่งผลให้ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะ Risk-off คาด SET จะปรับฐานลงแรงไปทดสอบแนวรับที่ 1,450-1,400 จุด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy" แบ่งตามระดับความเสี่ยงและความคาดหวังของนักลงทุน
Daily Top Picks
GPSC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจาก Bond Yield และราคา LNG ที่มีแนวโน้มลดลง ขณะที่บริษัทมีกลยุทธ์บริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงผ่านการใช้ถ่านหินทดแทน, การเพิ่มอัตราการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่กำลังหมดอายุสัญญา และคาดรัฐบาลจะขยายอายุ PPA ออกไป 10-15 ปี, การลงทุนใน Data Center และการทำ Asset Monetization ของ PTT เป้าหมายระยะสั้นที่ 37.00 บาท
HANA: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า, กระแสการลงทุนใน AI และ Sentiment เชิงบวกจากโมเมนตัมการฟื้นตัวของหุ้นเทคฯ ต่างประเทศ คาดว่าบริษัทจะมี New S-curve จากการผลิต Solid State Cooling Device ให้กับ Phononic ซึ่งคาดว่าจะผ่านการรับรองและเริ่มการผลิตภายใน 2H69 และเข้าสู่ Mass Production ภายในปี 2570 เป้าหมายระยะสั้นที่ 29.00 บาท