แนวโน้มตลาดวันนี้ (7ม.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดแกว่งตัวไซด์เวย์ ตลาดยังไร้ปัจจัยสนับสนุนใหม่ โดยส่วนใหญ่เป็นการเผชิญปัจจัยเฉพาะหุ้น วันนี้ติดตามรายงานตัวเลขเงินเฟ้อไทย ซึ่งเราคาดยังปรับตัวลงต่อเป็นเดือนที่ 9 โดยประเมินที่ -0.4%YoY จากราคาพลังงานเป็นหลัก ส่วนปัจจัยภายนอกติดตามตัวเลข JOLTs แม้คาดว่าจะไม่มีผลต่อการประชุมเฟดปลายเดือนที่คาดจะคงดอกเบี้ยแต่ชี้นําแนวโน้มได้ทางเทคนิค การพักตัว SET มีแนวรับหลักที่ 1270/1260 ไม่ควรหลุด ต่ำกว่าหากพักสั้นเพื่อขึ้น แนวต้านประเมินที่ 1285/1290
ประเด็นสำคัญ
• วันนี้ติดตามตัวเลขภาวะเงินเฟ้อไทยใน ธ.ค. 2568 ซึ่งเราคาดจะหดตัว 0.4%YoY เป็นการปรับตัวลงต่อในเดือนที่ 9 และการรายงานภาวะตลาดแรงงานสหรัฐฯ (ตำแหน่งงานเปิดใหม่ JOLTS พ.ย. และการจ้างงานภาคเอกชน ธ.ค. โดย ADP)
• ปธน. ทรัมป์เตรียมจะนัดพบกับผู้บริหารของบริษัทพลังงานสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์นี้เพื่อหารือแนวทางการเร่งเพิ่มการผลิตและส่งออกน้ำมันดิบในเวเนซุเอลา ทำให้มองตลาดจะกังวลภาวะอุปทานน้ำมันโลกล้นตลาด ส่งผลกดดันให้ราคาน้ำมันดิบยังผันผวนเชิงลบในระยะสั้น
• ครม. มีมติเห็นชอบการดำเนินงานก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์ M9 บางบัวทอง-บางปะอิน วงเงิน 1.58 หมื่นลบ. ซึ่งเป็นโครงการตามแผนเดิมที่มีอยู่แล้วและอยู่ในแผนใช้งบฯ ปี 2569 ทำให้ไม่มีภาระผูกพันสู่รัฐบาลชุดใหม่เป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มรับเหมาอาทิ STECON
• บอร์ดพืชน้ำมันฯ เห็นชอบการเปิดตลาดและนำเข้าถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองถึงระหว่างปี 2569-2571 ตามโควตาและภายใต้อัตราภาษี 10% หลังสหรัฐฯ เล็งส่งออกถั่วเหลืองสู่ไทยแทนที่ตลาดจีน โดยไทยมีสัดส่วนนำเข้า 99.6% ของอุปสงค์ในประเทศ มองเป็นบวกเล็กน้อยต่อผู้ผลิตเนื้อสัตว์บก (CPF BTG GFPT) และผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลือง (TVO) เป็นการเพิ่มทางเลือกนำเข้าแต่ราคาอาจไม่แตกต่างนัก
• ศาลแพ่งได้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ทำให้บอร์ดการบินไทยชุดใหม่สามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที กรณี 5 ผถห. ได้ยื่นฟ้องเพื่อขอให้เพิกถอนมติที่ประชุม ผถห. ประจำปี 2568 ทำให้บอร์ดการบินไทยมีกรรมการเป็น 15 คน จากเดิมที่ 11
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะผันผวนในกรอบ 1250–1320 จุด โดยคาดบรรยากาศลงทุนมีแรงหนุนจาก January Effect ซึ่งจากสถิติย้อนหลัง 5 ปี (2564–2568) ช่วงสัปดาห์แรกของวันทำการหลังปีใหม่ SET จะปรับขึ้นเฉลี่ยราว 1.3% ด้วย Win Rate 60% สะท้อนพฤติกรรมกลับเข้าลงทุนของนักลงทุนหลังพ้นวันหยุดยาว ขณะเดียวกันมองตลาดจะเริ่มให้น้ำหนักกับปัจจัยการเมืองในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจของพรรคการเมืองหลักซึ่งอาจส่งผลต่อความคาดหวังเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง ส่วนปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามซึ่งอาจมีผลต่อจิตวิทยาการลงทุนระยะสั้น ได้แก่ สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-เวเนซุเอลา, ข้อมูลตลาดแรงงานและ PMI ภาคการผลิต ธ.ค. ของสหรัฐ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
Daily Top Picks
PTT: ปัจจัยกระตุ้นจากโครงสร้างรายได้กระจายตัวในช่วงราคาน้ำมันผันผวน มีแผนปลดล็อกมูลค่าแฝงผ่านการทำ Asset Monetization และเร่งบูรณาการ LNG ผ่านการลงทุนเชิงรุก พร้อม Valuation น่าสนใจโดยเทรด PBV และ PER 2569F ที่ 0.7 เท่าและ 10.8 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี คาดให้ Div. Yield > 6% เป้าหมายระยะสั้น 32.50 บาท
CPALL: ปัจจัยกระตุ้นจากได้อานิสงส์เม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบ ศก.ช่วงหาเสียงเลือกตั้งและคาดเป็นผู้ประกอบการรายเดียวในกลุ่มที่กำไร 4Q68 จะเติบโต YoY จากยอดขายและมาร์จิ้นธุรกิจ CVS แข็งแกร่งขึ้น อีกทั้งยังได้ประโยชน์จากการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ปลายปีก่อน เป้าหมายระยะสั้น 44.50 บาท