ปูนซิเมนต์ไทย พลิกเกม รุกเข้าสู่ 3 ธุรกิจ New S-Curve พลังงานหนุมเวียน โลจิสติกส์ และ Smart Liveing หลังเจอวิกฤติซ้อนวิกฤต ต้นทุนพลังงานพุ่ง ปิโตรเคมีเข้าสู่วัฏจักรขาลง เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ฉุดผลประกอบการไตรมาส 3 หดตัว 75%จากไตรมาสก่อน
นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC เปิดเผยว่า จากปัยจัยลบที่รุมเร้า ทั้งจากปัญหาความขัดแย้งรัสเซีย - ยูเครน ทำให้เจอปัญหาวิกฤตต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้นรุนแรงสุดในรอบกว่า 10 ปี รวมทั้งวัฏจักรปิโตรเคมีที่อยู่ในช่วงขาลงต่ำสุดในีอบ 20 ปี ประกอบกับเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน จากนโยบาย ZERO-Covid กระทบผลประกอบการของกลุ่มปูนซีเมนต์ไทย
ทำให้ไตรมาส 3 รายได้จากการขายลดลง7%จากไตรมาสก่อน เหลือ 142,391 ล้านบาท และมีกำไร 2,444 ล้านบาท ลดลง 75%จากไตรมาสก่อน ส่วนงวด 9 เดือน แม้รายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้น 15%จากช่วงเดียวกันปีก่อน เป็น 447,419 ล้านบาท แต่กำไรลดลง 45%จากช่วงเดียวกันปีก่อน เหลือ 21,225 ล้านบาท สาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบของธุรกิจเคมีคอลส์และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
กลุ่มปูนซีเมนต์ไทย จึงต้องรับมือกับวิกฤตที่เกิดขึ้น ด้วยการลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุม เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ทบทวนการลงทุน และชะลอการลงทุนโครงการใหม่ที่ไม่เร่งด่วน จากต้นปีที่มีแผนจะใช้เงินลงทุนในโครงการต่างๆ ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท เหลือแค่ 5 หมื่นล้านบาท
พร้อมกันนี้ ยังได้รุกเข้าสู่ 3 ธุรกิจใหม่ ที่มีศักยภาพ และตอบโจทย์เมกะเทรนด์ของโลก ประกอบด้วย
1. ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานที่เป็นปัจจัยฉุดรั้งผลประกอบการ โดยใช้พลังงานชีวมวล (Biomass)จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และเชื้อเพลิงจากขยะ ทดแทนพลังงานฟอสชิส โดยในช่วง 9 เดือน ปี 2565 กลุ่มปูนซีเมนต์ไทย มีสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มเป็น 34% จาก 18%ในช่วงเดียวกันปีก่อน และใช้พลังงานแสงอาทิตย์ 195 เมกะวัตต์ อีกทั้งจะต่อยอดเป็นธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ครบวงจร สำหรับตลาดที่อยู่อาศัย โรงงานและนิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ SCG Solar Roof Solutions และบริษัท เอสซีจี คลีนเนอร์ยี จำกัด (SCG Cleanergy) และพัฒนาระบบซื้อขายไฟฟ้าผ่านแพลตฟอร์ม Smart grid
ล่าสุด SCGC ร่วมลงทุนกับบริษัท Denka ประเทศญี่ปุ่น ผลิตอะเซทิลีนแบล็ค (Acelylene Black) ที่ใช้เป็นส่วนประกอบในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบชาร์จไฟได้สำหรับยานยนไฟฟ้า (EV)
2. ธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจรรายใหญ่ในอาเชียน (ASEAN Logistics) โดยควบรวมธุรกิจโลจิสติกส์กับบริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรรายใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน ด้วยบริการที่หลากหลายทั้งบริการคลังสินค้า ระบบห้องเย็น บริการขนส่งสินค้าทั้งทางบก เรื่อ อากาศ
บริการท่าเทียบเรือ และบริการนำเข้า-ส่งออกครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ
3. ธุรกิจ Smart Living ยกระดับคุณภาพชีวิตตามเทรนด์คนรุ่นใหม่ ให้สะดวก คุ้มค่า ปลอดภัย รักษ์โลก ได้แก่ นวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อคุณภาพอากาศและประหยัดพลังงาน เช่น
- SCG Active AIR Quality SCG Bi-ion และ SCG HVAC Air Scrubber โซลูซันจัดการคุณภาพอากาศ กำจัดเชื้อโรค และลดการใช้พลังงานในอาคาร ขณะนี้ได้ติดตั้งแล้ว เช่น โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า สำนักงานอาคาร และศูนย์การประชุมแห่งซาติสิริกิติ์
- Trinity IOT Ecosystem เทคโนโลยีควบคุมการเปิด-ปีดนวัตกรรมในบ้านอัจฉริยะ
- Wellness Home Hub เทคโนโลยีวัดค่าสุขภาพของผู้อาศัยในบ้าน หากเกิดเหตุฉุกเฉินจะแจ้งเตือนไปยังโรงพยาบาลได้ทันที
การรุก 3 ธุรกิจที่กล่าวข้างต้น ที่มีศักยภาพสูง หรือ New S-Curve ทำให้เชื่อว่าเราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ และกลับมาเข้มแข็งกว่าเดิม และปีหน้ารายได้จะยังเติบโตต่อเนื่อง เพียงแต่ยังไม่สามารถคาดการณ์ออกมาเป็นตัวเลขได้ว่าจะโตกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะยังไม่สามารถคาดเดาสถานการณ์ข้างหน้าได้ ทั้งปัญหาวิกฤตพลังงาน เศรษฐกิจโลกจากการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย และเศรษฐกิจจีน