แนวโน้มตลาดวันนี้ (8 พ.ค.) บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่ง sideways-down พักตัว หลังปรับขึ้นสะท้อนปัจจัยหนุนทั้งมาตรการภาครัฐและเก็งกำไรในหุ้นที่งบ 1Q69 ดีกว่าคาดไปในระดับหนึ่งแล้ว ขณะที่การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่แน่นอน หลังอิหร่านยังไม่ตอบรับข้อเสนอของสหรัฐฯ และมีการยิงตอบโต้กันในช่องแคบฮอร์มุซ แม้ตลาดจะรับรู้และให้น้ำหนักกับประเด็นนี้น้อยลง แต่ก็ยังมีผลในแง่ sentiment การลงทุน ทางเทคนิคคาดดัชนีย่อพักตัว หากไม่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน บริเวณ 1490 ยังมีแนวโน้มดีอยู่
ประเด็นสำคัญ
• เช้านี้ราคาน้ำมันดิบ Brent +2.8% หลังสหรัฐและอิหร่านเปิดฉากยิงปะทะกันในช่องแคบฮอร์มุซ โดยทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นผู้เริ่มต้นโจมตีก่อน ขณะเดียวกันซาอุฯ และคูเวตได้ยกเลิกคำสั่งห้ามสหรัฐใช้ฐานทัพและน่านฟ้า เปิดทางให้สหรัฐกลับมาใช้ปฏิบัติการคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบได้ ระยะสั้นมอง Sentiment บวกต่อ PTTEP แต่ลบต่อกลุ่ม Anti-Oil
• นายกฯ นำ พ.ร.ก. กู้เงินฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว และมั่นใจไม่สะดุดจากการยื่นขอให้ศาล รธน. ตีความโดยฝ่ายค้าน ด้าน ธปท. ประเมินช่วยหนุน GDP ปี 2569 เติบโต 2.1% (เดิม 1.5%) รับผลบวกจากการบริโภคและการเบิกจ่ายภาครัฐ มองช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นนักลงทุน บวกต่อกลุ่มพาณิชย์ สินเชื่อ รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง
• กบน. มีมติลดราคาขายปลีกของน้ำมันทุกชนิดลง 0.85 บาท/ลิตร ตามทิศทางตลาดโลกที่ผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาขายปลีกดีเซลและ B20 ลดลเหลือ 39.95 และ 32.95 บาท/ลิตร ตามลำดับ มองช่วยหนุนกำลังซื้อและลด Upside เงินเฟ้อเดือนนี้ บวกต่อกลุ่มพาณิชย์และสินเชื่อ
• ร่างแผน PDP 2026 เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดสูงถึง 70% ของกำลังผลิต เน้น Solar& Wind พร้อมคาดบรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) 2.4 พันMW เสริมแกร่งระบบไฟฟ้าฐาน รับการลงทุน Data Center มอเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF GPSC BGRIM) จากเริ่มเห็นแผนชัดเจนมากขึ้น
• ธปท. เตรียมขยายระยะเวลาการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ออกไปอีก 1 ปี (จนถึง 30 มิ.ย. 70) เพื่อพยุงตลาดอสังหาฯ และลดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงิน มองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มพัฒนาอสังหาฯ อย่างไรก็ตาม ความเข้มงวดของการปล่อยสินเชื่อจากสถาบันการเงินยังคงเป็นกุญแจหลัก
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET เข้าสู่โหมดเฝ้าระวัง โดยในประเทศคาดจะกลับมาให้น้ำหนักกับฤดูกาลประกาศงบ 1Q69 ของกลุ่ม Real Sector และแนวโน้มกำไร 2Q69 ซึ่งจะเริ่มรับรู้ผลกระทบเต็มไตรมาสจากสงครามในตะวันออกกลาง ขณะที่ความคืบหน้าการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของภาครัฐ คาดจะช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุนเป็นระยะ ส่วนปัจจัยต่างประเทศยังเป็น "Wildcard" สำคัญ โดยเฉพาะความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน หากมีสัญญาณบวก มองตลาดมีโอกาสทะลุขึ้นไปแนวต้าน 1,500-1,530 จุด แต่หากยืดเยื้อหรือรุนแรงอาจเห็นการปรับฐานไปทดสอบแนวรับ 1,420-1,450 จุด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy"
Daily Top Picks
CPN: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากผลประกอบการ 1Q69 ที่คาดว่าจะออกมาแข็งแกร่ง เราคาดเติบโต 25%YoY และ 0.1%QoQ จากจำนวนผู้ใช้บริการและยอดขายร้านค้าที่แข็งแกร่งและยอดโอนโครงการ Dusit Residences และคาดจะเติบโตต่อเนื่องใน 2Q69 เป้าหมายระยะสั้นที่ 66.75 บาท
TRUE: ปัจจัยกระตุ้นจากกำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 6.6 พันลบ. ขยายตัว 52.1%YoY และ 8.4%QoQ สูงกว่าที่เราคาดไว้ โดยไม่มีรายการพิเศษ สะท้อนคุณภาพกำไรที่ดีขึ้น และประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลจากกำไร 1Q69 หุ้นละ 0.14 บาท (XD 20 พ.ค.) พร้อมเปลี่ยนนโยบายการจ่ายเงินปันผลเป็นรายไตรมาส เป้าหมายระยะสั้นที่ 14.90 บาท