บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ผู้นำอุตสาหกรรมสีอันดับ 1 เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และวัสดุตกแต่งพื้นผิวของไทย ประกาศผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้รวม 11,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,671 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนและจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ต้องเผชิญกับความผันผวนของต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ รวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน
นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเติบโตของผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกได้รับแรงหนุนหลักจากยอดขายในประเทศที่ขยายตัว ทั้งในกลุ่มสีและสินค้ากลุ่ม Non-decorative และเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ การทำตลาดผ่านช่องทางค้าปลีกและ Modern Trade รวมถึงความต้องการสินค้าสำหรับงานซ่อมแซมและรีโนเวทบ้านเดิม ซึ่งยังเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตท่ามกลางภาวะตลาดก่อสร้างใหม่ที่ยังมีความท้าทาย ขณะเดียวกัน บริษัทมีการปรับราคาสินค้าเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้บริษัทสามารถบริหารโครงสร้างต้นทุนและรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างเหมาะสม
บอร์ดไฟเขียวปันผลระหว่างกาล 0.38 บาทต่อหุ้น
ด้านผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 ในอัตรา 0.38 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 กันยายน 2569 สะท้อนฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งของบริษัท
เดินหน้าสินค้า Green เพิ่มโอกาสตลาดอาคารเขียว
สำหรับกลยุทธ์การเติบโตในระยะยาว TOA ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันได้รับการรับรอง ฉลากสิ่งแวดล้อม EPD (Environmental Product Declaration) รวม 33 รายการ และเป็นผู้ผลิตสีรายแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองในระดับดังกล่าว การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและผ่านการรับรองมาตรฐานดังกล่าว นอกจากจะสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัทแล้ว ยังช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจในกลุ่ม อาคารเขียว (Green Building) รวมถึงกลุ่มสถานพยาบาลที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นตลาดที่มีแนวโน้มขยายตัวในอนาคต
ครึ่งปีหลังรับมือความผันผวน เน้นคุมต้นทุน-บริหารความเสี่ยง
นายจตุภัทร์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทยังคงประเมินว่าตลาดมีความท้าทายจากความผันผวนของราคาพลังงาน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการฟื้นตัวของภาคก่อสร้างที่ยังมีความไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม TOA เตรียมรับมือผ่านการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการความเสี่ยงอย่างรอบด้าน และการปรับกลยุทธ์การขายให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด
“TOA ยังคงมุ่งเน้นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจผ่านการพัฒนานวัตกรรม การรักษาฐานลูกค้า และการขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” นายจตุภัทร์กล่าว #TOA #ทีโอเอ