Market

นับหนึ่งไฟลิ่งหุ้น SAF ขาย IPO 80 ล้านหุ้น ขยายธุรกิจเหล็กกล้า
10 ต.ค. 2565

ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง ‘SAF’ ผู้นำธุรกิจเหล็กกล้าเกรดพิเศษคุณภาพระดับโลก จ่อขาย IPO ไม่เกิน 80 ล้านหุ้น  เข้าระดมทุนในตลาด mai รุกขยายธุรกิจเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ พร้อมเสริมสร้างอนาคตอุตสาหกรรมไทย

 

ดร.พิศิษฐ์ อริยเดชวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส.เอ.เอฟ. สเปเชียล สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ SAF เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้นำธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าเกรดพิเศษคุณภาพระดับโลก และมีความเชี่ยวชาญด้้านการให้บริการชุบแข็งสุญญากาศ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างอนาคตภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยให้ก้าวหน้า โดยบริษัทฯ มีเป้าหมายยกระดับความแข็งแกร่งทางธุรกิจอย่างรอบด้าน เพื่อรองรับปริมาณความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ตามการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ หลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย รวมถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ส่งผลให้ภาคการผลิตของอุตสาหกรรมภายในประเทศกลับมาขยายตัวดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมก่อสร้าง และอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจของบริษัทฯ

 

ทั้งนี้ SAF มีความได้เปรียบเชิงการแข่งขันจากการได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย จาก“DÖRRENBERG EDELSTAHL” ผู้นำธุรกิจหลอมและขึ้นรูปเหล็กกล้าเกรดพิเศษจากประเทศเยอรมนี ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1860 ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 160 ปี รวมทั้งยังเป็นตัวแทนจำหน่ายของ “WILHELM OBERSTE-BEULMANN” ประเทศเยอรมนี แบรนด์ชั้นนำสำหรับเหล็กกล้าเกรดพิเศษ ขณะเดียวกัน SAF ยังเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับการเลื่อยโลหะ โดยเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยของ “RÖNTGEN” ใบเลื่อยสายพานโลหะชั้นแนวหน้าของโลกจากประเทศเยอรมนี และนำเข้า “CHENLONG” เครื่องเลื่อยสายพานชั้นนำของประเทศจีน มาจำหน่าย

 

“เรามุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงจากผู้ผลิตทั่วโลก แก่ลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรมของประเทศ เพื่อเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่จะพัฒนาเศรษฐกิจไทย ซึ่งเหล็กกล้าเกรดพิเศษเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติสูงกว่าเหล็กธรรมดาทั่วไป จึงสามารถนำมาใช้ในกระบวนการผลิตสำหรับงานแม่พิมพ์ชิ้นส่วนยานยนต์ วัสดุก่อสร้าง บรรจุภัณฑ์ และชิ้นส่วนเครื่องจักรกลทางวิศวกรรม นอกจากนี้เมื่อนำมาผ่านกระบวนแปรรูปและกระบวนการชุบแข็งสุญญากาศที่บริษัทมีองค์ความรู้และเทคนิคจากเยอรมัน ก็จะยิ่งเสริมคุณสมบัติด้านต่างๆ ของชิ้นงาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามการใช้งานของลูกค้า” ดร.พิศิษฐ์ กล่าว

 

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงปี 2562-2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 251.33 ล้านบาท 180.17 ล้านบาท และ 213.84 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 9.05 ล้านบาท 2.45 ล้านบาท และ 15.53 ล้านบาท ตามลำดับ โดยปี 2563 ที่ผลการดำเนินงานปรับตัวลดลง เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ลูกค้าบางส่วนโดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์และวัสดุก่อสร้างชะลอการสั่งซื้อสินค้า อย่างไรก็ตามในปี 2564 สามารถกลับมาเติบโตได้ดีจากการฟื้นตัวของปริมาณการจำหน่ายเหล็กกล้าเกรดพิเศษ ตามการเติบโตของลูกค้าในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์เป็นหลัก เนื่องจากยอดการส่งออกยานยนต์และชิ้นส่วนที่สูงขึ้น ประกอบกับลูกค้าในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างที่มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและโครงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ รวมทั้งยังได้ปัจจัยบวกจากราคาจำหน่ายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามราคาตลาดโลก 


ขณะที่ผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 มีรายได้จากการขายและบริการ 114.72 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 9.96 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 8.66% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 8.04 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิ 6.94% เป็นผลมาจากการปรับราคาขายผลิตภัณฑ์ให้สูงขึ้นตามราคาเหล็กกล้าในตลาดโลก ประกอบกับความสามารถในการควบคุมต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง


ดร.พิศิษฐ์ กล่าวอีกว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการดำเนินธุรกิจในอีก 2 ปีข้างหน้า จะมียอดขายเติบโตเฉลี่ย 20-30% ต่อปี ในปี 2566 และ 2567 จากกลยุทธ์ขยายธุรกิจเพิ่มฐานลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนการลงทุนโครงการคลังสินค้าแห่งใหม่ เนื่องด้วยลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ การบริหารจัดการสินค้าคงคลังมีความสำคัญอย่างมาก ดังนั้น การลงทุนคลังสินค้าแห่งใหม่จะทำให้สามารถบริหารจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ปัจจุบัน SAF มีคลังสินค้าทั้งสิ้น 2 แห่ง จัดเก็บวัตถุดิบได้สูงสุดประมาณ 2,000 ตัน โดยบริษัทฯ มีเป้าหมายจะเพิ่มความจุคลังสินค้าอีกเท่าตัว รวมเป็น 4,000 ตัน ซึ่งจะช่วยหนุนศักยภาพการแข่งขันและสร้างการเติบโตของยอดขายอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงจะเพิ่มการให้บริการอบชุบจากระบบเตาชุบไนไตรดิ้ง เพื่อตอบสนองลูกค้าได้ดีและครอบคลุมมากขึ้น นอกจากนี้ จะแสวงหาโอกาสขยายธุรกิจสู่ตลาดประเทศเพื่อนบ้าน (CLMV) อีกด้วย


นายคมกฤต มีคำสัตย์ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า หลังจาก SAF ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เริ่มนับหนึ่งไฟลิ่งแล้ว โดยจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 80 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นไม่เกิน 26.67% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ ซึ่งจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ลงทุนโครงการโรงงานและคลังสินค้าแห่งใหม่ ลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ลงทุนเตาชุบแข็งแบบไนไตรดิ้ง เพื่อให้บริการอบชุบได้อย่างครบวงจร และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการและดำเนินการอื่นๆ

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com