Market

InnovestX คาด Flow ชะลอ พักสั้นอย่าหลุด 1300
22 ม.ค. 2569

แนวโน้มตลาดวันนี้ (22 ม.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดชะลอตัวโดยเฉพาะที่แนวต้าน ผลประกอบการธนาคารใหญ่ NII ลดลงจาก NIM ที่ต่ำกว่าคาด แต่เริ่มรับรู้ไปวันก่อน คาดไม่กระทบเงินปันผลและซึ่งจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ปัจจัยภายนอก ใน WEF ปธน. ทรัมป์ได้คุยกับ NATO และส่งสัญญาณถอยการเก็บภาษีจาก 8 ชาติยุโรป คืนนี้สหรัฐฯ รายงาน PCE และ 3Q68 GDP (ครั้งสุดท้าย)ทางเทคนิค ตลาดเป็นการแกว่งขึ้น แต่ถึงแนวต้านหลัก 1320 มีโอกาสพัก หากพักไม่หลุด 1310/1300 ยังพักเพื่อขึ้น แนวต้านประเมินไว้ที่ 1320/1330

 

ประเด็นสำคัญ

• ปธน. ทรัมป์กล่าวถึงประเด็นกรีนแลนด์ใน WEF ว่าเขาจะไม่ใช้กำลังทหารเข้าครอบครองแต่จะใช้แนวทางการเจรจาและส่งสัญญาณถอยโดยไม่เก็บภาษีศุลการต่อ 8 ชาติในยุโรปจะประเด็นดังกล่าว อย่างไรก็ตามสภาสหภาพยุโรปได้ระงับการพิจารณาข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ หลัง ปธน. ทรัมป์ยังคงมีท่าทีจะเข้าครอบครองกรีนแลนด์

 

• WorldBank ปรับเพิ่มคาดการณ์ขยายตัวของ ศก. ปี 2569 ของไทยและประเทศอื่นๆ ในอาเซียน โดยไทยถูกปรับขึ้นเป็น +1.8% (เดิม +1.7%) แต่ยังคงรั้งท้ายอาเซียน ส่วนเวียดนามปรับขึ้นสูงสุดที่ +6.3% ตามด้วย ฟิลิปปินส์ และอินโนฯ โดยปัจจัยที่ท้าทายในปีนี้คือการรับรู้ผลกระทบภาษีศุลกากรเต็มปีและฐานการส่งออกที่สูงในปีก่อน

 

• Bloomberg รายงานว่า MSCI กำลังพิจารณาวิธีคำนวณดัชนีใหม่ เกี่ยวกับเกณฑ์สัดส่วน Free Float ซึ่งจะกระทบต่อหุ้นที่มีสัดส่วนต่ำ เบื้องต้นประเมินตลาดหุ้นอินโดนีเซียจะได้รับผลกระทบเนื่องจากมี Free Float ไม่ถึง 15% และตลาดหุ้นอื่นๆ ในอาเซียน รวมถึงไทย มองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกระแสเงินไหลเข้าสู่ไทย ติดตามความคืบหน้าการพิจารณาช่วงปลาย ม.ค. นี้

 

• ส.อ.ท. เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมใน ธ.ค. 2568 ที่ 88.2 ลดลงจากเดือนก่อน กดดันจากหลายปัจจัย เช่น การปะทะบริเวณชายแดน, ความกังวลมาตรการกระตุ้น ศก. ไม่ต่อเนื่องหลังยุบสภา

 

• Google Cloud เปิดตัว “Cloud Region” แห่งใหม่ใน กทม. คาดว่าจะพร้อมให้บริการได้ภายใน 5 ปี และประเมินว่าจะสร้างมูลค่าทาง ศก. ได้สูงถึง 1.4 ล้านลบ. และการจ้างงานเฉลี่ย 1.3 แสนตำแหน่ง มองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มสื่อสารและโรงไฟฟ้า

 

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบ 1250–1345 จุด โดยปัจจัยในประเทศติดตามการประกาศงบ 4Q68 ของกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ซึ่งจะออกมาครบในสัปดาห์หน้านี้, นโยบายหาเสียงด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมืองซึ่งจะมีผลต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง ส่วนปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกลาง (เวเนซุเอลา, อิหร่าน, รัสเซีย-ยูเครน) ซึ่งจะมีผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมันและหุ้นกลุ่มพลังงาน, ความคืบหน้าการเจรจาทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ GDP 4Q68 และยอดค้าปลีกของจีน, PCE พ.ย. และ GDP 3Q68 (รายงานครั้งสุดท้าย) ของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีผลต่อการกำหนดทิศทางการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

 

Daily Top Picks

TOP: มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากโครงการ CFP มีความคืบหน้า การส่งมอบงานจากผู้รับเหมา EPC รายเดิมไปยัง EPC รายใหม่ใน 4Q68 เสร็จสิ้นและลงนามแล้ว ในขณะที่กําไรปกติ 4Q68 คาดจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ GIM คาดจะขึ้นจาก US$5.2/บาร์เรล ใน 3Q68 เป็น US$11.5/บาร์เรล ราคาเป้าหมายระยะสั้นที่ 43.50 บาท

 

CENTEL: มองราคาหุ้นยัง Laggard และมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามมา มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากสัญญาณ On the Book ใน 1Q69 แบรนด์ Centara Grand เพิ่มขึ้นเฉลี่ยสูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน ในขณะที่กำไรมีแนวโน้มดีเพิ่ม QoQ ตั้งแต่ 4Q68-1Q69 คาดปี 2569 กำไรโต 16%YoY ราคาเป้าหมายระยะสั้นที่ 35.00 บาท

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com