คาดการณ์กำไรไตรมาส 3/65 หุ้นกลุ่มเจ้าสัวซีพี คาดจะมีกำไรรวมกัน 8,516 ล้านบาท โดย CPF พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร ส่วน CPALL เติบโต138% ขณะที่ TRUE อาการยังหนัก คาดขาดทุนถึง 2,530 ล้านบาท
เป็นช่วงของการทยอยประกาศงบ ไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าส่วนใหญ่กำไรจะเติบโตกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน จากสถานการณ์โควิดที่คลี่คลาย และจากการเปิดประเทศที่ช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัว
คลับหุ้น ได้รวบรวม บทวิเคราะห์จากบล.โนมูระพัฒนสิน ที่มีการคาดการณ์กำไรไตรมาส 3/65 หุ้นในกลุ่มเจ้าสัวซีพี ของ"ธนินท์ เจียรวนนท์" ประกอบด้วย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE มีการคาดการณ์ว่าจะมีกำไรรวมกัน 8,516 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 392% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน ที่ขาดทุน -2,912 ล้านบาท
โดยในส่วน CPF บล.โนมูระ พัฒนสิน กำไรไตรมาส 3/65 จะเด่นที่สุดในปีนี้ โดยคาดจะรายงานตัวเลขผลประกอบการในวันที่ 14 พ.ย.ที่จะถึงนี้ ด้วยตัวเลขกำไรสุทธิ 5,796 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 5,374 ล้านบาท ในไตรมาส 3/64 และกำไรเพิ่มขึ้น 38%เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น เพราะ 1.ราคาหมูเพิ่มขึ้นทั้งในไทย เวียดนามและฟิลิปปินส์ 2.ราคาและปริมาณไก่ส่งออกเพิ่มขึ้น 3.มีส่วนแบ่งกำไรจาก CPALL และ MAKRO ที่คาดว่ากำไรจะฟื้นตัว
โดยยังคงคำแนะนำซื้อ แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลง เหลือ 29.50 บาท จากเดิม 32 บาท จากการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2566 ลงจากเดิม 3% และลดพี/อี เป้าหมายจาก 15 เท่าเหลือ 14 เท่า ทั้งนี้ ยังมีมุมมองที่ดีต่อ CPF จนถึงไตรมาส 1/66 จากแนวโน้มราคาหมู-ไก่ ยังสูงกว่าระดับต้นทุน
ส่วน CPALL บล.โนมูระ พัฒนสิน คาดการณ์กำไรไตรมาส 3/65 จะอยู่ที่ 3,500 ล้านบาท โตก้าวกระโดด 138% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี่อน และโต 14%จากไตรมาสก่อน เป็นการโตจากฐานต่ำ (ช่วงปีก่อนมีการล็อคดาวน์) ประกอบกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก และร้านค้าส่งได้อานิสงส์มาตรการคนละครึ่ง ทำให้ SSSG ของร้านเซเว่น และร้านค้าส่ง (MAKRO)พุ่งขึ้นเป็น 22% และ 10% ตามลำดับ
และคาดว่าไตรมาส 4/65 จะโตตามช่วงไฮซีซั่น ด้านการท่องเที่ยว ประกอบกับร้านเซเว่นขึ้นราคาขายเต็มไตรมาส โดยปรับราคาขาย All cafe ขึ้นเมนูละ 5 บาท และธุรกิจ MAKRO จะเห็นรายจ่าย IT และการ rebrand ในธุรกิจโลตัสน้อยลง จึงปรับประมาณการกำไรปกติ ปี65 ไว้ที่ 1.48 หมื่นล้านบาท
พร้อมทั้งคงนำแนะนำ "ซื้อ" มีราคาเป้าหมายที่ 72 บาท
สำหรับ MAKRO บล.โนมูระ พัฒนสิน มีมุมมองบวกเล็กน้อยต่อทิศทางกำไรปกติไตรมาส 3/65 ที่ 1,750 ล้านบาท เติบโต 11%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และ 11%เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ตามผลการดำเนินงานธุรกิจค้าส่ง เพราะได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและมาตรการคนละครึ่งของรัฐหนุน ดัน SSSG โตขึ้น 10% และอัตรากำไรขั้นต้นก็ปรับขึ้นเป็น 10.5%
ในขณะที่โมเมนตั้ม ไตรมาส 4/65 ก็คาดว่าจะดีขึ้นต่อทำจุดสูงสุดของปีตามปัจจัยบวกด้านฤดูกาล และรายจ่ายการรีแบรนด์ และด้าน IT ของโลตัสที่จะเริ่มขาลง โดยคาดการณืกำไรทั้งปี 2565 ไว้ที่ 8,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% และคาดว่าปีหน้าจะโตก้าวกระโดดเป็น 84% โดยคงคำแนะนำซื้อให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 41 บาท
ขณะที่ TRUE คาดผลประกอบการจะยังไม่ฟื้น โดยไตรมาส 3/65 คาดจะโชว์ตัวเลขขาดทุนที่ 2,530 ล้านบาท มากกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 820 ล้านบาท และมากกว่าไตรมาสก่อน ที่ขาดทุน 2,030 ล้านบาท เพราะรายได้บริการไม่ฟื้น สวนทางต้นทุนดำเนินงานหลายรายการขาขึ้น และคาดว่าส่วนแบ่งกำไรจาก DIF จะลดลงตามสัดส่วนการถือด้วย
ด้วยรายได้บริการที่ยังฟื้นตัวช้า แย่กว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดทั้งปีจะทรงตัว ดังนั้นจึงมีแนวโน้มปรับประมาณการขาดทุนทั้งปี 2565 มากขึ้น อย่างไรก็ตาม จะไม่กระทบต่อการประเมินมูลค่าหุ้น ที่ประเมินไว้ที่ 5.40 บาท ทั้งนี้ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำเพียงถือ หรือเปลี่ยนตัวไปเล่น DTAC ที่จะได้รับผลบวกจากการควบรวมกับ TRUE