บล.กรุงศรี คาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มอ่อนตัวลง จากความกังวลเศรษฐกิจถดถอย หลังธนาคารกลางทั่วโลกขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ขณะที่ต่างชาติเริ่มเทขาย ให้แนวรับ 1,620-1,610 จุด แนะนำ 2 หุ้นเด่น วันนี้ EPG กลับสู่โหมดฟื้นตัว และ KBANK ได้ประโยชน์จากเทรนด์ดอกเบี้ยขาขึ้น
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี คาดการณ์แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ โดยประเมินว่าดัชนี มีโอกาสปรับตัวลงมาที่บริเวณแนวรับ 1,620 / 1,610 จุด ตามความกังวลเศรษฐกิจถดถอย หลังธนาคารกลางต่างๆ รวมถึงเฟด ยังคงคุมเข้มนโยบายการเงินเพื่อสกัดเงินเฟ้อส่งผลให้ US Bond yield ,เงินดอลล่าร์สหรัฐพุ่งขึ้น และเงินทุนต่างชาติไหลออก ตั้งแต่ต้นเดือนก.ย.จนถึงปัจจุบัน ขายสุทธิ 1.7 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงแรงจะกดดันต่อกลุ่มพลังงานและทิศทางการลงทุน และต้องติดตามติดตามการประชุมกนง. ในวันที่ 28 ก.ย.นี้ คาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็น 1%
สำหรับ กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้เลือกซื้อเป็นรายตัว กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากอานิสงส์ดอกเบี้ยขาขึ้น เช่น KBANK BBL SCB KTB TTB BLA TLI กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากมาตการสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT CENTEL ERW BA AAV และและที่ได้ประโยชน์จากค่าระวางเรือเทกองฟื้นตัวขึ้น ในกลุ่มเดินเรือ เช่น PSL TTA
ส่วนหุ้นแนะนำวันนี้
EPG (ราคาเป้าหมาย 14.5 บาท) คาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ทุกกลุ่มธุรกิจกลับสู่โหมดฟื้นตัว ระยะสั้นมี Sentiment บวกจากราคาน้ำมันลดลงและค่าเงินบาทอ่อนค่าเป็นบวกกับ EPG โดยตรงเนื่องจาก 60% ของรายได้มาจากต่างประเทศ
KBANK (ราคาเป้าหมาย 170 บาท) ได้ประโยชน์จากเทรนด์ดอกเบี้ยขาขึ้น โดย KBANK มีโครงสร้างเงินฝากที่มีต้นทุนต่ำ (CASA) ในสัดส่วนที่สูงขณะที่โครงสร้างสินเชื่อมีสัดส่วนของดอกเบี้ยลอยตัวสูงกว่า Fixed rate จึงได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้นสูงกว่าเมื่อเทียบกับธนาคารอื่น
ประเด็นสำคัญวันนี้
(+/-) ติดตามประชุมแบงก์ชาติ (BoT meeting) คาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25%: BoT Meeting จะมีขึ้นในวันที่ 28 ก.ย. นี้ เราคงมุมมองเดิมโดยคาดว่า BoT จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นคล้ายกับ ธ.กลางทั่วโลก ส่วนค่าเงินบาทที่อ่อนค่าแตะระดับ 37.53 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่ามากสุดในรอบ 16 ปี ยังไม่ใช่เหตุผลหลักที่จะผลักดันให้แบงก์ชาติต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย 0.50%
(+/-) 30 ก.ย. ศาลฯ นัดตัดสินวาระดำรงตำแหน่ง 8 ปีของนายกฯ: ยังคาดการณ์ทิศทางได้ยากสำหรับคำตัดสิน แต่หากเป็นกรณีเลวร้าย ท่านนายกฯ ต้องสิ้นสภาพการเป็นนายกฯ และ ทำให้ ครม. ต้องสิ้นสภาพทั้งคณะ จะเป็น Sentiment ลบกับตลาด แต่คาดผลกระทบจำกัดเนื่องจากภาพใหญ่นักลงทุนให้น้ำหนักไปที่การเลือกตั้งครั้งใหม่แล้ว
(+/-) ปลายสัปดาห์ติดตาม PCE Price Index จับสัญญาณเงินเฟ้อสหรัฐ: ดัชนี PCE Price Index เป็นตัวแทนเงินเฟ้อของเฟดในการพิจารณาปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบายหากดัชนีดังกล่าวปรับตัวลงจะช่วยคลายกังวลต่อการพุ่งขึ้นของอัตราเงินเฟ้อให้กับตลาด เบื้องต้น Consensus คาด PCE Price Index เดือน ส.ค. จะลดลงสู่ระดับ 6.2% จาก 6.3% ในเดือน ก.ค.