แนวโน้มตลาดวันนี้ ( 17 เมษายน ) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งตัว sideways-up โดยคาดมีแรงซื้อกลับในหุ้นที่ลงแรงวานนี้ ขณะที่ ปธน. ทรัมป์ระบุอิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 10 วัน น่าจะช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ตะวันออกกลางได้มากขึ้น แต่ตลาดยังมีความผันผวนจากความไม่ชัดเจนของการเจรจาสหรัฐฯ และอิหร่านรอบ 2 ที่ยังไม่ถูกกำหนดวัน ทางเทคนิคดัชนีย่อตัวลงถึงเส้นค่าเฉลี่ย 5 วัน หากไม่ต่ำกว่า 1485 น่าจะเห็นการรีบาวด์ขึ้นได้ ประเมินแนวรับ 1485-1470 ส่วนแนวต้าน 1510-1520
ประเด็นสำคัญ
• ปธน. ทรัมป์เผยอิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน ขณะที่คาดสหรัฐฯ ปิดดีลอิหร่าน ก่อนสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เยือนสหรัฐฯ ในวันที่ 27-30 เม.ย. แต่ขู่หากไม่บรรลุข้อตกลง สหรัฐฯ จะใช้มาตรการทางทหารและยกระดับคว่ำบาตร มองตลาดสินทรัพย์เสี่ยงยังอยู่ในภาวะเปราะบางระหว่างรอติดตามผลเจรจารอบสอง
• S&P Global Ratings เผยอันดับเครดิตของอาเซียนกำลังเผชิญแรงกดดันจากวิกฤตพลังงาน ประเมิน “ไทย” มีเสถียรภาพทนทานความเสี่ยงได้มากจากฐานะทางการเงินและนโยบายที่แข็งแกร่ง ส่วนเวียดนามและมาเลเซียอยู่ในระดับรับมือได้ แต่อินโดนีเซียเปราะบางมากสุด มองบวกต่อ Fund Flow ที่มีโอกาสไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยในฐานะ Safe Haven ของภูมิภาค
• รมว. พาณิชย์ เตรียมพิจารณาปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ตามต้นทุนที่พุ่งสูง ขณะที่ราคาปุ๋ยเคมีมีแนวโน้มขยับขึ้นหลังสต็อกเดิมหมดลงช่วงกลาง พ.ค. นี้ จากต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้นจากมาเลเซียและบรูไน มองลบกดดันค่าครองชีพและกำลังซื้อภาคครัวเรือน ซึ่งซ้ำเติมสถานการณ์ราคาน้ำมันแพงในช่วงก่อนหน้า
• รมว. พลังงาน เตรียมเรียกประชุม กบง. เร่งพิจารณาโครงสร้างค่าการกลั่นงวด 1-15 เม.ย. 69 โดยหากพบโรงกลั่นได้รับค่าการกลั่นสูงกว่าปกติ ก็จะปรับลดค่าการกลั่นได้อีก จากครั้งก่อนที่ได้ลดค่าการกลั่นดีเซลลง 2 บาท/ลิตร มองลบต่อกลุ่มโรงกลั่นจากความเสี่ยงด้านนโยบายที่อาจถูกลดค่าการกลั่นในอัตราที่สูงขึ้น
• รมว. คลัง เผยเร่งสรุปมาตรการรถเก่าแลกรถใหม่เบื้องต้น 2 หมื่นคัน เพื่อส่งเสริมการใช้รถที่ปล่อยมลพิษต่ำและลดการนำเข้าน้ำมัน โดยจะให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ประกอบการนำไปเป็นส่วนลดให้ผู้ซื้อโดยตรง มองบวกต่อกลุ่มยานยนต์ (STANLY) แต่ขนาดผลกระทบอาจไม่มาก (2 หมื่นคันคิดเป็น 3% ของยอดขายรถยนต์ต่อปี)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์เพื่อรอผลการเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน หลัง ปธน. ทรัมป์ส่งสัญญาณจะมีการกลับมาเริ่มต้นเจรจาใหม่อีกครั้งก่อนเส้นตายหยุดยิงในวันที่ 22 เม.ย. นี้ อย่างไรก็ดี ช่วงที่ผ่านมาตลาดรับรู้ (Price in) ความคาดหวังเชิงบวกไประดับหนึ่งแล้วจนดัชนีฟื้นตัวยืนเหนือระดับ 1,500 จุด จึงทำให้คาด SET เริ่มมี Upside จำกัดที่บริเวณ 1,530 จุด จนกว่าจะมีความชัดเจนของข้อตกลง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy" แบ่งตามระดับความเสี่ยงและความคาดหวังของนักลงทุน เนื่องจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่สิ้นสุด
Daily Top Picks
ADVANC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากธุรกิจมีความเสี่ยงจำกัดต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตต่อทั้งในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเตอร์เน็ต ARPU มีแนวโน้มสูงขึ้น และต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลงจากฐานสูง และมี Upside จากการใช้ประโยชน์ผลขาดทุนสะสมทางภาษี เป้าหมายระยะสั้นที่ 374 บาท
CPN: ปัจจัยกระตุ้นจากการดำเนินธุรกิจที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่อง จำนวนผู้ใช้บริการมีเติบโตต่อเนื่องและยังไม่เห็นสัญญาณชะลอตัวหลังเกิดสงคราม ยอดขายร้านค้าแข็งแกร่ง ประเมินกำไรสุทธิปี 2569 เติบโต 9.6% ขณะที่ราคาหุ้นช่วงหลังสงครามที่ปรับลงคาดได้สะท้อนความกังวลไประดับหนึ่งแล้ว ส่วนค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ เป้าหมายระยะสั้นที่ 66.75 บาท