แนวโน้มตลาดวันนี้ (14 ก.ย.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งลง จากราคาน้ำมันที่พลิกมาปรับขึ้น หลังเกิดเหตุโจมตีท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียส่งผลให้การประชุม รมต.ต่างประเทศของประเทศสมาชิกอ่าวอาหรับกับ รมต.ต่างประเทศอิหร่านในวันนี้ต้องถูกเลื่อนออกไป อีกทั้งกระแส Fund Flow ยังไม่แน่นอน โดยคาดตลาดยังอยู่ในภาวะ Risk-off และเลือกลงทุนเป็นรายหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ประเด็นวันนี้ ในประเทศจับตา กกต. นัดลงมติวินิจฉัยคำร้องฮั้วเลือก ส.ว. ว่าเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ ทางเทคนิคดัชนีเคลื่อนไหวบริเวณ 1600 หากหลุดลงมาเป็นสัญญาณไม่ดี
ประเด็นสำคัญ
• สหรัฐฯ เผย CPI ส.ค. เพิ่มขึ้น 3.4%YoY และ Core CPI เพิ่มขึ้น 2.4%YoY ตามตลาดคาด อย่างไรก็ดี FedWatch Tool บ่งชี้ตลาดเพิ่มน้ำหนัก 85.8% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม 16 ก.ย. นี้ ดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปีปรับตัวขึ้นราว 8 bps และอายุ 10ปี ปรับตัวขึ้น 3 bps ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มธนาคาร (KTB BBL KBANK) และกลุ่มประกันชีวิต (BLA TLI)
• อิหร่าน-โอมานบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับรายละเอียดทางเข้าออกช่องแคบฮอร์มุซ และย้ำจะไม่เปิดจนกว่าสหรัฐฯ จะยอมรับ 7 ข้อเรียกร้อง ส่วนซาอุฯ ประกาศปิดท่อส่งน้ำมัน East-West ชั่วคราวหลังถูกโจมตี ขณะกลุ่มฮูตีเพิ่มการควบคุมเส้นทางเดินเรือทะเลแดง เสี่ยงทำให้อุปทานน้ำมันดิบโลกหายไปสูงสุดถึง 4% ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP BCP TOP SPRC)
• บอร์ด BOI อนุมัติ Thailand FastPass เพิ่มอีก 17 โครงการ จาก 15 บริษัท มูลค่าลงทุนรวมกว่า 1.21แสน ลบ. ครอบคลุม 4 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (อิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป อาหารสัตว์ ยานยนต์) หนุนยอด FDI เข้าไทยต่อเนื่อง มองบวกต่อกลุ่มนิคม (AMATA WHA) และธนาคาร (KTB BBL KBANK)
• ปลัดกระทรวงการคลังเผยได้รับเรื่องจากกระทรวงมหาดไทยสำหรับขอใช้งบ พ.ร.ก.เงินกู้ฯ วงเงินสูงสุดราว 7.5หมื่นลบ. ในโครงการอุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท ขยายเป้าหมายจากเดิม 1 ล้านครัวเรือน เป็น 1.5 ล้านครัวเรือนแล้ว กระตุ้นยอดขายอุปกรณ์และงานติดตั้งระบบ เป็นบวกต่อกลุ่มผู้จำหน่ายและรับเหมาติดตั้งโซลาร์ (GUNKUL HMPRO DOHOME GLOBAL)
• นายกรัฐมนตรีเผยรัฐบาลจะเดินหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัสอย่างต่อเนื่องในช่วง 4Q26 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน จากแรงกดดันราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนจากเหตุตึงเครียดในตะวันออกกลาง ช่วยรักษาโมเมนตัมกำลังซื้อในประเทศ มองบวกต่อกลุ่มพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC)
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์ แม้ได้แรงพยุงจากหุ้นกลุ่มพลังงานตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้น แต่ตลาดยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยชี้นำ Fund Flow ทั้งการประชุม Fed พร้อม Dot Plot และการประชุม BOJ เกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยและ Yen Carry Trade รวมถึงการเมืองในประเทศอย่างมติ กกต. ปมคดีฮั้วเลือก สว. กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. Defensive & High Dividend Play ซึ่งคาดให้ Div. Yield สม่ำเสมอสูงเกินปีละ 5% เพื่อสร้างกระแสเงินสดและเป็นหลุมหลบภัยท่ามกลางความผันผวนของตลาดก่อนการประชุมเฟดและประเด็นการเมืองในประเทศ ได้แก่ BBL KTB HMPRO AP SCCC PTT FTREIT LHSC
2. Global Macro & Bond Yield Play ซึ่งได้ประโยชน์จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ผลักดันให้ราคาพลังงานและค่าระวางเรือสูงขึ้น ส่งผลดีต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP BCP TOP SPRC) และเดินเรือ (PSL TTA) อีกทั้ง Bond Yield ที่ทรงตัวสูง ยังส่งผลดีต่อผลตอบแทนจากการลงทุนของกลุ่มธนาคาร (KTB BBL KBANK) และกลุ่มประกันชีวิต (BLA TLI)
3. Policy Play ซึ่งได้ประโยชน์จากการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจของรัฐ ได้แก่ กลุ่มพลังงานสะอาดและนิคม (GULF GUNKUL AMATAWHA) จากความคืบหน้าร่างแผน PDP2026 และนโยบายหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, กลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง (STECON CK SCCC) จากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณและลุ้นผ่านร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี FY2027, กลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยว (CPALL CRC ERW CENTELAOT) จากมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) จากนโยบายส่งเสริมลงทุนด้าน Data Center/AI
4. Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไร 2H26 ที่คาดจะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoH ทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP PR9SAWAD HMPRO BDMS TU BCH MTC TIDLOR
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้ดัชนีจะได้แรงพยุงจากหุ้นกลุ่มพลังงานตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่ตลาดยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามทั้งการประชุมเฟด (15–16 ก.ย.) พร้อม Dot Plot และการประชุม BoJ (18 ก.ย.) เพื่อจับตาทิศทางดอกเบี้ยนโยบายและผลกระทบต่อ Yen Carry Trade ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อกระแส Fund Flow ทั่วโลก ตลอดจนการเมืองในประเทศอย่างคดีฮั้วเลือก สว. ที่ กกต. เตรียมลงมติชี้ขาดว่าจะส่งสำนวนให้ศาลฎีกาพิจารณาหรือไม่ในวันที่ 14 ก.ย. กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้นจังหวะ “Buy on Dip”
Daily Top Picks
BCP: ปัจจัยสนับสนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความกังวลอุปทานพลังงานชะงัก ทำให้ราคาน้ำมันดิบและค่าการกลั่นมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง ขณะที่ราคาก๊าซฯ ในยุโรปทำระดับสูงสุดในรอบ 3.5 ปี จากความกังวลอุปทานสำรองไม่เพียงพอในฤดูหนาว ซึ่งเป็นบวกต่อธุรกิจก๊าซฯ OKEA เป้าหมายระยะสั้นที่ 57.75 บาท
PR9: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากรายได้ที่มีสัญญาณฟื้นตัว ผู้ป่วยไทยพลิกเติบโตใน ก.ค. 2026 ตามปัจจัยฤดูกาล จากหดตัว 0.3% ใน 2Q26 ขณะที่ผู้ป่วยต่างชาติเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและเมียนมา คาดรายได้ใน 2H26 จะเร่งตัวจาก 2Q26 และเติบโตในระดับ Mid-single Digit เป้าหมายระยะสั้น 20.00 บาท