แนวโน้มตชาดวันนี้ (29 ต.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งตัวในกรอบ แม้อาจจะมีแรงซื้อกลับได้บ้างหลังปรับลง 2 วันต่อเนื่อง แต่ตลาดอาจจะมีความผันผวนจากแรงขายในหุ้นที่ประกาศงบออกมาต่ำกว่าคาด รวมทั้งปัจจัยภายนอกจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ตึงเครียดเพิ่มขึ้นหลังสหรัฐฯ แจ้งเตือนจะใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านหลังเลือกตั้งกลางเทอม ขณะที่กระแส Fund Flow ยังคงต้องติดตามว่าจะกลับมาไหลเข้าต่อเนื่องหรือไม่ ทางเทคนิคดัชนีย่อตัวลงต่อต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นอีกครั้ง เป็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก
ประเด็นสำคัญ
• ราคาก๊าซ TTF ยุโรปพุ่งแตะ 100 ยูโร/MWh จากอุปสงค์เพิ่มตามฤดูกาลและอุปทานตึงตัว โดยมีสต็อกสำรองต่ำสุดรอบ 5 ปี มองลบต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้น 1.3%DoD ปิด $115/bbl หลังกังวลสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านหลังการเลือกตั้งกลางเทอม ระยะสั้นมองบวกต่อพลังงานต้นน้ำ (PTTEP)
• กนง. มีมติคงดอกเบี้ยที่ 1.00% พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2026 ขึ้นเป็น 2.4% (จาก 2.3%) สะท้อนความเชื่อมั่นต่อภาคส่งออกและการลงทุน มองบวกต่อกลุ่มธนาคาร (KBANK BBL KTB) ขณะที่ FOMC มีมติคงดอกเบี้ยที่ 3.75-4.00% โดยยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อแต่ย้ำเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวแข็งแกร่ง มองบวกต่อตลาดหุ้นโลกและกลุ่มส่งออก (TU ITC HANA KCE)
• รมว.พลังงาน สั่งปรับโครงสร้างราคา ณ โรงกลั่น โดยตัดต้นทุนแฝงอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ ทำให้ราคาหน้าโรงกลั่นลดลง 0.08–0.35 บาท/ลิตร มองลบต่อกลุ่มโรงกลั่น (TOP SPRC BCP) ขณะที่ กบน. มีมติปรับลดราคาขายปลีกดีเซล B7 ลง 1 บาท/ลิตร และแก๊สโซฮอล์ 0.50 บาท/ลิตร หลัง กบง. ปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ช่วยลดค่าครองชีพและภาระหนี้เสีย มองบวกต่อกลุ่มค้าปลีกน้ำมัน (OR) และกลุ่มไฟแนนซ์ (MTC SAWAD TIDLOR)
• สมาคมอสังหาฯ เตรียมเสนอ รมว.คลัง ในงานมหกรรมบ้านและคอนโด (29 ต.ค.–1 พ.ย.) ขยายวงเงินลดหย่อนภาษีซื้อบ้านเป็น 2 แสนบาท และลดภาษีที่ดินสำหรับสต็อกสร้างเสร็จ (จาก 0.3% เป็น 0.03%) หวังช่วยลดภาระ Holding Cost และกระตุ้นยอดโอน หาก ครม. รับข้อเสนอมองบวกต่อกลุ่มอสังหาฯ (AP SIRI SPALI)
• ATTA ระบุว่าตั้งแต่สถานทูตจีนเตือนพลเมืองระวังแก๊งหลอกลวงหางานในไทย ทำให้กรุ๊ปทัวร์จีนยกเลิกเดินทางแล้วกว่า 30%YoY และถ้ารัฐไม่มีมาตรการที่เหมาะสม หวั่นการยกเลิกอาจแตะ 50% และกระทบไปถึงช่วงตรุษจีนต้นปี 2027 รวมถึงเป้านักท่องเที่ยวจีน 5 ล้านคนของ ททท. ปีนี้ มองลบต่อกลุ่มท่องเที่ยว (AOT CENTEL ERW)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะผันผวนตามปัจจัยมหภาคต่างประเทศเป็นหลัก โดยติดตามตัวเลข GDP 3Q26 และดัชนี Core PCE ของสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยเฟดในการประชุม พ.ย. รวมถึงการประกาศงบ 3Q26 ของหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำสหรัฐฯ จะเป็นตัวกำหนด Sentiment ความเสี่ยงของตลาดโลก ส่วนการประชุมนโยบายการเงินของ Fed, ECB, BoJ, กนง. คาดมีมติคงดอกเบี้ยในครั้งนี้ก่อน ขณะที่ปัจจัยในประเทศคาดมีกระแสเงินทุนหมุนเข้าเก็งกำไรงบ 3Q26 ในกลุ่ม Real Sector ด้านปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังจำกัด Upside ของตลาด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy
Daily Top Picks
BBL: ปัจจัยสนับสนุนจากสินเชื่อที่มีแนวโน้มเติบโต หลัง +3.2%YTD ขับเคลื่อนจากสินเชื่อธุรกิจและต่างประเทศ และคาดจะได้ประโยชน์จากการเติบโตของ NII อานิสงส์การเข้าสู่วัฏจักรการลงทุนและ NIM ที่ขยายตัวตามดอกเบี้ยต่างประเทศที่สูงขึ้น และมีอัตราเงินปันผลที่น่าสนใจ ด้วย Div. Yield ที่ 5.3% เป้าหมายระยะสั้นที่ 190.00 บาท
CRC: คาดผลประกอบการจะเติบโตโดดเด่นและแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม กำไรปกติ 3Q26F ที่ 1.78 พันลบ. (+37%YoY และ +4%QoQ) จาก SSS ที่เติบโต 2.5%YoY, การขยายสาขาหนุนรายได้, อัตรากำไรที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายที่ลดลง และ SSS มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่องใน 4Q26F โดยใน ต.ค. ขยายตัว 4%YoY เป้าหมายระยะสั้นที่ 33.75 บาท