แนวโน้มตลาดวันนี้ (16 มิ.ย.) บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่ง sideways-up ตลาดรับรู้ประเด็นบวกข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่านไปมากแล้ว ทําให้แรงส่งจํากัด คาดจะเห็น sector rotation สลับกลุ่มไปยังหุ้นที่ Laggards ขณะที่หุ้นกลุ่มอิเล็กฯอาจมีแรงหนุนระยะสั้นตามหุ้นกลุ่ม Tech สหรัฐฯ คาดตลาดจะให้น้ำหนักกับการประชุม ธนาคารกลางโดยวันนี้จะเป็น BoJ ตามด้วย Fed และ BoE ช่วงกลางสัปดาห์ ส่วนการประชุม ครม.วันนี้ จะมีการเสนอการรับฟังความคิดเห็นร่างพ.ร.บ.งบฯปี 70 ทางเทคนิคดัชนีย่อพักตัวสลับช่วงสั้น แต่ภาพรวมยังดีอยู่
ประเด็นสำคัญ
• ปธน. ทรัมป์ เผยสหรัฐฯ-อิหร่าน ลงนามข้อตกลงยุติสงครามสำเร็จ เตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซเต็มรูปแบบในวันศุกร์นี้ โดยจะเปิดเผยรายละเอียดข้อตกลงทั้งหมดใน 48 ชม. มองบวกต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่ม Anti-Oil จากราคาน้ำมันดิบปรับลง แต่ลบระยะสั้นต่อกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี
• นายกฯ เผยการกู้เงินตาม พ.ร.ก. กู้เงินฯ 4 แสนลบ. จะเป็นการกู้เงินในรูปสกุลเงินบาทและบริหารอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ 1.2% ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ ส่งผลให้ดอกเบี้ยจ่ายต่ำลงและดีต่อเสถียรภาพทางการคลัง หากราบรื่นจะหนุนให้เกิดการลงทุนตามแผน มองบวกต่อกลุ่มรับเหมาฯ, วัสดุก่อสร้าง, นิคม และโรงไฟฟ้า
• รมว. คมนาคมตั้งเป้าดันไทยขึ้น Aviation Hub ปี 2572 เร่งขยายขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร ชี้ปริมาณขนส่งสินค้าคาดปีนี้ทะลุ 2.3 ล้านตันจาก E-commerce พร้อมเตรียมชง ครม. อนุมัติ AOTGA บริหารคลังสินค้าและบริการภาคพื้นรายที่ 3 ภายใน ก.ค. 69 มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว โลจิสติกส์ และนิคม
• ราคาอะลูมิเนียมดิ่งต่ำสุดในรอบ 2 เดือน รับข่าวดีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งอุปทานอะลูมิเนียมราว 10% จากตะวันออกกลาง คลายกังวลเรื่อง Supply Chain Disruption มองบวกระยะสั้นต่อกลุ่มเครื่องดื่ม (CBG OSP) จากต้นทุนบรรจุภัณฑ์กระป๋องอะลูมิเนียมที่จะปรับตัวลดลง
• ครม. เตรียมเสนองบประมาณปี 70 วงเงิน 3.78 ล้านลบ. เข้าสภาฯ คาดเข้าวาระ 1 วันที่ 29 มิ.ย.–1 ก.ค. 69 และวาระ 2-3 ช่วง ก.ค.-ก.ย. นี้ มั่นใจเบิกจ่ายทัน ต.ค. นี้ มองบวกต่อกลุ่มที่พึ่งพาการเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐอย่างกลุ่มรับเหมาฯ, วัสดุก่อสร้าง และกลุ่มผู้ให้บริการ/ปรึกษาด้านไอที-เทคโนโลยี
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสปรับขึ้นทะลุผ่านแนวต้าน 1640 จุด เพื่อสร้างจุดสูงสุดใหม่ของปีนี้ โดยคาดเม็ดเงินจะมีลักษณะ Sector Rotation หลังปัจจุบันดัชนีถูกขับเคลื่อนด้วยหุ้น Big Cap. อย่าง DELTA เป็นหลัก ทำให้ภาพรวมหุ้นอื่นๆ ยังปรับขึ้นจำกัด โดยมอง Valuation ของ SET ex-DELTA ยังน่าสนใจ โดยมี Fwd PER 26F อยู่ที่ 12.5 เท่า (-1SD) ซึ่งเอื้อให้เกิดเม็ดเงินสลับกลุ่มเข้ามาช่วยพยุงตลาดได้ ขณะที่ปัจจัยติดตาม ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของเฟด โดยแม้ตลาดคาดคงดอกเบี้ยที่ 3.75% แต่ไฮไลท์จะอยู่ที่ Dot Plot เพื่อดูทิศทางดอกเบี้ยช่วง 2H26 รวมถึงติดตามความคืบหน้าเซ็น MoU ยุติสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “Selective Buy”
Daily Top Picks
AOT: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากสงครามที่สามารถยุติลง ผ่อนคลายความตึงเครียดและสนับสนุนบรรยากาศการท่องเที่ยว การปรับขึ้นค่า PSC ระหว่างประเทศที่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. จะเป็นอีกแรงสนับสนุนต่อผลประกอบการ FY2570 เป้าหมายระยะสั้นที่ 60.25 บาท
CBG: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากต้นทุนอะลูมิเนียม, ก๊าซฯ และน้ำมัน ลดแรงกดดันด้านต้นทุน และสภาพอากาศร้อนจากปรากฏการณ์ El Nino หนุนปริมาณการบริโภค ประเมินยอดขายปี 2569 จะเติบโต 4.7% สนับสนุนจากยอดขายในประเทศที่แข็งแกร่ง เป้าหมายระยะสั้นที่ 42.00 บาท