Market

ตลท. เผยหุ้นไทยไตรมาส 1 บวก15%   มั่นใจบจ. เก่งฝ่าวิกฤติน้ำมันไหว  ลุ้น พ.ค. บจ. เปิดกำไร Q1  พร้อมเฝ้าระวังหยุดยาวสงกรานต์  สงครามฯยังแกว่ง
10 เม.ย 2569

ตลาดหลักทรัพย์  มั่นใจหุ้นไทยไหว! บจ. เก่งฝ่าวิกฤติสงครามตะวันออกกลาง   จับตากำไร บจ. Q1 ประกาศ พ.ค. นี้  และ บจ. ได้รับผลกระมบน้ำมันพุ่งเต็มๆในช่วงกลางปีนี้  เตือน  ชี้ต่างชาติเพิ่มลงทุนขึ้นมาเต็มตามที่ MSCI  ให้  neutral (เป็นกลาง)  หลังซื้อสุทธิ 2 หมื่นล้านในไตรมาสแรก  ตลาดให้ผลตอบแทนบวก 15% ติดอันดับ 2 ของภูมิภาค ฯ

 

ดร.ศรพล ิตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า  ตลาดหุ้นไทยในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ย่อตัวลง 5%  ลดลงน้อยกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย  เนื่องจาก ได้รับผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ และอิหร่าน  อย่างไรก็ตาม  ดัชนีฯตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนมีนาคม (YtD) ) ยังเป็นบวก 15%  ติดอันดับ 2 ในภูมิภาคนี้  ด้านปริมาณการซื้อขาย (วอลุ่ม) คึกคักมากเฉลี่ย  64,000 ล้านบาทต่อวัน  ซึ่งเเพียงเดือนมีนาคม วอลุ่มพุ่งไปกว่า 70,000 ล้านบาทต่อวัน  ด้านฟันด์โฟลทของนักลงทุนต่างชาติในเดือนมีนาคมจะมียอดขายสุทธิ แต่ถ้าดู YtD   ต่างชาติซื้อสุทธิ 20,000 ล้านบาท โดยได้ปรับน้ำหนักจาก under weight เป็น neutral (เป็นกลาง) วัดจากดัชนี MSCI  นแกจากนี้ยังพบว่า นักลงทุนรายย่อยกลับเข้ามาลงทุนมากขึ้นและเปิดบัญชีใหม่ด้วย

 

“ SET Index ปรับตัวลดลงสะท้อนสถานการณ์วิกฤตพลังงานไปในระดับหนึ่งแล้ว ทั้งนี้ การวิเคราะห์โดยอิงจากประมาณการกำไรในอนาคตของนักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าราคาบางหลักทรัพย์อาจปรับลดลงมากกว่าปัจจัยพื้นฐาน แม้ว่าตลาดสินทรัพย์เสี่ยงจะปรับลดลงจากความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตด้านพลังงานไปพอสมควรแล้ว อย่างไรก็ดี ยังคงมีความไม่แน่นอนในหลายด้านที่ยังต้องติดตาม และอาจส่งผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์ต่างๆ ในระยะข้างหน้า ”

 

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย  ยังคงมีความไม่แน่นอนในหลายด้านที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด  โดยปัจจัยภายนอก ล่าสุด เดือนเมษายน สงครามสหรัฐ-อิหร่าน มีการเจรตาและหยุดยิงชั่วคราว  เริ่มมีข่าวเชิงบวก  ทำให้ตลาดตอบรับในทิศทางที่ดีขึ้น ดัชนีฯหุ้นไทยปรับขึ้น แต่ช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ ตลาดหุ้นไทยปิดทำการ  จึงต้องติดตาม ข้อมูลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ ความฝันผลของราคาน้ำมัน  ที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนของบริษัทจดทะเบียน(บจ.)   โดยจะเริ่มเห็นผลกระทบต่อ บจ. งวดไตรมาส 1  (Q1/2569) ประกาศออกมาช่วงเดือนพฤษภาคม และจะเห็นภาพ ชัดเจนในกลางปีนี้   อีกปัจจีย ผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ งินเฟ้อเป็นอย่างไรหรืและทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ((เฟด) ซึ่งตลาดคาดจะคงอัตราดอกเบี้ย  และหากเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นแรง  อาจจะพิจารณาการ ขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งทิศทางดอกเบี้ยเฟดยังมีความไม่แน่นอนสูง  เพราะเตัวเลข GDP สหรัฐฯ ออกมาไม่ค่อยดี

 

ส่วนปัจจัยภายในประเทศ  มีสอตรี่จัดตั้งรัฐบาลใกม่ ‘อนุทิน2’  ซึ่งมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภที่ผ่านมา  โดยรัฐบาลออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น  แต่ยังต้องจับตา  โปรเจกต์ใหญ่ๆที่จะเกิดขึ้น สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในระยะยาว อย่าง โครงการ EEC  โครงการ Land Bridge ถ้าเกิดขึ้นจริง  จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้

 

ดร.ศรพล กล่าวว่า สถานการณ์นอกประเทศมีความผันผวนมากๆ การที่ตลาดไทยปิดทำการ เชื่อว่าจะส่งผลดีในแง่ช่วยให้ผู้ลงทุนมีเวลาคิดทบทวนสถานการณ์ และทำให้ไม่ตื่นตระหน มากจนเกินไป ซึ่งในอดีตเคยเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ วิกฤตราคาน้ำมันและปัญหา Supply Chain ไม่ใช่เรื่องใหม่ แม้จะกระทบเศรษฐกิจ แต่มองว่าเป็นโอกาสในการปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานที่พึ่งพาตัวเองมากขึ้น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันในระยะยาว ซึ่งเป็นโอกาสของธุรกิจพลังงานสะอาด   ปัจจุบัน กลุ่มพลังงานและพลังงานทดแทนในตลาดหุ้นไทยมีขนาดค่อนข้างใหญ่เทียบกับภูมิภาคนี้ ซึ่งช่วยพยุงตลาดไว้ได้  และที่ผ่านมาบริษัทจดทะเบียนไทยในไทยเก่งมีศักยภาพพและประสบการณ์สูงผ่านวิกฤตต่างๆ  โควิด-19  วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์  มีความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุน  รายได้ และกำไร ได้ดีมาก  

 

ข้อมูลรายละเอียดของภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนมีนาคม2569 

• ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,448.14จุด ลดลง 5.24%  จากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นไปในทิศทางเดียวกับภูมิภาคจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม SET Index ณสิ้นเดือนมีนาคม 2569 ยังคงเพิ่มขึ้น 15% จากสิ้นปี2568

 

• กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี สินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มทรัพยากร

 

• มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ maiเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ 75,322 ล้านบาท เพิ่มขึ้น95.69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในไตรมาส 1/2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่ 65,109 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

• ผู้ลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 39,754 ล้านบาทในเดือนมีนาคม 2569 อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2569 ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงซื้อสุทธิสะสมที่ 19,152 ล้านบาท

 

• ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 53.85% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 32.17% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 7.36% และบริษัทหลักทรัพย์6.62%

 

• Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นมีนาคม2569 อยู่ที่ระดับ 14.96 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.67 เท่าและ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 16.40 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 16.36 เท่า

 

• อัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นมีนาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 4.25% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.94%

 

ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนมีนาคม 2569  มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 714,006 สัญญา เพิ่มขึ้น 6.81% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการเพิ่มขึ้นของ SET50 Index Futures และ SET50 Index Options ส่งผลให้ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวม อยู่ที่613,979 สัญญา เพิ่มขึ้น 47.47% เมื่อเทียบกับปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันของปี 2568

 

 

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com