แนวโน้มตลาดวันนี้ (4 ก.พ. ) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดมีช่วงแกว่งทางขึ้น นลท. ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิอีกครั้ง ขณะที่ ADVANC งบดีกว่าคาด 16.7% (จากประโยชน์ทางภาษี) และจ่ายปันผลครึ่งหลังสูง 27.41 บาท/หุ้น ซึ่งคาดจะหนุน SET ราว 5-6 จุด แม้อาจเป็นลักษณะของการเปิดสูง แต่อาจหนุนต่อเนื่องการเก็งกำไร TRUE ต่อ ภาพหลักคาดว่าเป็นการรอผลการเลือกตั้งไทยสุดสัปดาห์ ปัจจัยภายนอก ปธน. ทรัมป์ ลงนามผ่านกฎหมายเพื่อยุติหน่วยงานราชการได้เรียบร้อย ทางเทคนิค พักตัวสั้นไม่ควรหลุดต่ำกว่า 1330/1325
SET ปรับตัวลงจำกัดเมื่อเทียบกับภูมิภาคหลังจากกังวล Kevin Warsh ที่อาจจะลดดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด
ประเด็นสำคัญ
• วานนี้สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายงบประมาณราว 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อเปิดหน่วยงานรัฐบาลส่วนใหญ่ให้กลับมาทำงานตามปกติได้จนถึงสิ้นปีงบประมาณ แต่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิได้รับงบประมาณขยายเวลาไป 2 สัปดาห์ (13 ก.พ. 69) มองการยุติชัตดาวน์ช่วยลดความผันผวนของตลาดหุ้นโลกและไทย
• จำนวน นทท. ต่างชาติเข้าไทยในสัปดาห์ก่อน 762,392 คน ลดลง 19%YoY จากฐานสูงปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 1%WoW หนุนจากกลุ่มชาวจีนเป็นหลัก ประเมิน นทท. จีนจะเริ่มเห็นการเติบโต YoY ในอีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าจากเข้าสู่เทศกาลตรุษจีนในปีนี้ (17-22 ก.พ. 69) และฐานต่ำปีก่อน มองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว CENTEL ERW AOT AAV
• ครม. รับทราบการปรับลดเงินนำส่งกองทุน FIDF ลงสู่ 0.32% จาก 0.46% ต่อปี เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อรองรับการยกระดับเศรษฐกิจและช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณะภัย มองเป็นบวกต่อการช่วยเพิ่มคุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่มธนาคาร หุ้นเด่น KTB KBANK
• วันนี้เป็นวันแรกที่หุ้น THAI ส่วนที่ถูกห้ามขายจำนวน 6,601 ล้านหุ้น (สัดส่วน 23.3%) จะสามารถกลับมาซื้อขายในตลท. อีกครั้ง โดยมาจากการแปลงหนี้คิดเป็นทุน 2.5452 บาท/หุ้น และหุ้นเพิ่มทุน 4.48 บาท/หุ้น คาดทำให้ระยะสั้นราคาหุ้นจะมีความผันผวนสูงและต้องระวังแรงเทขาย หลังมีหุ้นจำนวนมาก(ที่ราคาต้นทุนต่ำ) เข้ามาซื้อขาย
• ครม. เห็นชอบร่างกฎกระทรวงนำเข้าสุรา ยกเลิกระบบตัวแทนผู้นำเข้าเพียงรายเดียว (Sole Agent) นำร่องด้วยไวน์หวังสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม กรมสรรพสามิตมั่นใจช่วยดึงราคาไวน์ให้ถูกลง มองเป็นบวกต่อกลุ่มโรงแรมและร้านอาหารมีต้นทุนลด MINT CENTEL ERW
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบ 1300–1380 จุด โดยปัจจัยในประเทศติดตามการเข้าสู่ช่วงโค้งสัปดาห์สุดท้ายในการหาเสียงก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ., แนวโน้มการไหลเข้าของ Fund Flow, เงินเฟ้อ ม.ค. ซึ่งตลาดคาดอยู่ในช่วง -0.5% ถึง 0.2% และการประกาศงบ 4Q68 ของหุ้น Real Sectors ส่วนปัจจัยภายนอกติดตามนโยบายกีดกันทางการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ของ ปธน. ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศ (ทั้งตะวันออกกลาง ยุโรปและจีน) ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโลก รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ อาทิ การจ้างงานและ PMI ภาคการผลิต ขณะที่การประชุมนโยบายการเงินชอง ECB และ BoE ในวันที่ 5 ก.พ. ตลาดคาดมีมติคงดอกเบี้ยนโยบาย ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
Daily Top Picks
GULF: มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากเงินปันผลพิเศษที่จะได้รับจาก ADVANC และข่าวการซื้อ LNG หลังราคา LNG ได้ปรับลงช่วยล็อกต้นทุน แนวโน้มกำไร 4Q68 มีโอกาสเติบโต จากโรงไฟฟ้า Jackson ที่เติบโตตาม Capacity Payment ที่เพิ่มขึ้น การเริ่ม COD ในโครงการ Solar 5 แห่งช่วยหนุน เป้าหมายระยะสั้นที่ 49.00 บาท
KTB: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากเป็นหนึ่งในหุ้นปันผลสูงที่น่าสนใจ คาดเงินปันผลจากกำไรปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 2.15 บาท/หุ้น (1.72 บาท/หุ้น สำหรับ 2H68) จาก 1.55 บาท/หุ้น ในปี 2567 หรือคิดเป็น Div. Yield สูงถึง 7.6% (6% สำหรับ 2H68) ขณะที่มีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำ และ ROE สูง เป้าหมายระยะสั้นที่ 29.25