บมจ.พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น พร้อมเข้าเทรด 21 ต.ค.นี้ หลังประสบความสำเร็จขายหุ้น IPO จำนวน 307 ล้านหุ้น ชูจุดแข็ง ผู้นำธุรกิจด้าน Smart Grid Technology Platform ครบวงจร พร้อมกางแผน 6 โครงการสำคัญที่จะสร้างการเติบโตในอนาคต
ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม สำหรับการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก หรือ IPO ของบมจ.พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น หรือ PCC จำนวน 307 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 4 บาท เมื่อวันที่ 10-12 ตุลาคมที่ผ่านมา สามารถระดมทุนได้มากถึง 1,228 ล้านบาท และเตรียมจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันที่ 21 ตุลาคม 2565 ในกลุ่มอุตสาหกรรม ทรัพยากร พลังงานและสาธารณูปโภค
บมจ.พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น ก่อตั้งในปี 2526 ภายใต้บริษัท พีเควี เทรดดิ้ง จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 1 ล้านบาท โดยเริ่มประกอบธุรกิจ เป็นนายหน้าและตัวแทน นำเข้าและส่งออกเครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงและแรงต่ำ
ในปี 2531 กลุ่มวิศวกรที่มีประสบการณ์ด้านระบบไฟฟ้าประกอบด้วย นายกิตติ สัมฤทธิ์ นายกิตติ ณัฐชยางกุล และนายสุธี จุฬานุตรกุล (“กลุ่มผู้ก่อตั้ง”) ได้เข้ามาบริหารและปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัท พีเควี เทรดดิ้ง จำกัด และเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท พรีไซซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัดในปี 2536
ในปี 2557 ได้ปรับโครงสร้างองค์กรให้เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) เพื่อเตรียมการนำหุ้นของบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PCC โดยถือหุ้นในบริษัทอื่น ประกอบด้วยสายธุรกิจหลัก 3 สาย ดังนี้
1. สายธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ในระบบจำหน่ายไฟฟ้า งานบริหารโครงการ งานบริการ งานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าทั้งแรงต่ำและแรงสูง ขนาดไม่เกิน 115 kv และระบบบริหารจัดการพลังงาน ให้มีประสิทธิภาพ (Power Distribution & Energy Management System)
2. สายธุรกิจ รับเหมาก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงและสายส่งไฟฟ้าแรงสูง พร้อมผลิตติดตั้งระบบควบคุมสำหรับระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ และผลิตมิเตอร์ อัจฉริยะ (Intelligent Grid)
3. สายธุรกิจ ลงทุนผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และผลิตเชื้อเพลิงจากพืชพลังงาน และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (Renewable Energy)
จุดเด่นที่ทำให้นักลงทุนให้ความสนใจจองซื้อหุ้นน้องใหม่อนาคตไกลอย่าง เพราะเป็นผู้นำธุรกิจด้าน Smart Grid Technology Platform ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีความมั่นคง สอดคล้องเมกะเทรนด์ของโลก
- เป็น Holding Company ที่มีธุรกิจหลากหลายครอบคลุมตามความต้องการของระบบจำหน่ายกระแสไฟฟ้า
- เป็นผู้นำในธุรกิจโซลูชั่นครบวงจรของ Smart Grid
- มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมระบบไฟฟ้ามานานเกือบ 40 ปีและมีความเข้าใจในกระบวนการ การผลิตและเทคนิคตางๆของอุปกรณ์ในระบบจำหน่ายไฟฟ้า
- มีหน่วยงานวิจัยและพัฒนา ศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อตอบสนองให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด
- ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในระบบบริหารจัดการ ระบบควบคุมและระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ (Intelligent Grid)
- มีความสัมพันธ์อันดีกับคู่ค้า เช่น Huawei, Schneider, Hitachi (Japan), Hitachi (Indonesia), Hyundai และ ABB
- เป็นพันธมิตรกับชุมชน เพื่อพัฒนาให้ชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการเจริญเติบโตของบริษัท
เงินที่ได้จากการระดมทุนจำนวน 1,228 ล้านบาท จะนำไปลงทุนในโครงการอื่น จำนวน 350 ล้านบาท ใช้เป็นเงินทุนหวุนเวียนของบริษัท 194 ล้านบาท และ650 ล้านบาทจะนำไปชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
คุณกิตติ สัมฤทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น หรือ PCC ระบุว่า การระดมทุนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อสร้างการเติบโตของกลุ่มธุรกิจในอนาคต ซึ่งโครงการในอนาคตที่สำคัญมีทั้งหมด 6 โครงการ ประกอบด้วย
1.ตั้งศูนย์การขายและการตลาด (Group Integration Sale & Marketing Center) ใช้เป็นสำนักงานขายสำหรับฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด นอกจากนี้ยังเป็น point of sale ของกลุ่มบริษัท เพื่อขยายยอดขายของกลุ่มบริษัท เนื่องจากบริษัทเพิ่ม scale ของการผลิตในสินค้าเดิมและขยายสินค้าใหม่
2.โครงการเพิ่มกำลังการผลิตของหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย โดยที่เพิ่มกำลังการผลิต 3 เท่า หรือคิดเป็นกำลังการผลิตรวมประมาณ 1,080 MVA ต่อปี ภายในปี 2567
3.โครงการเพิ่มกำลังการผลิตตัวถังหม้อแปลงไฟฟ้าและตู้โลหะสำหรับ ตู้สวิตช์เกียร์ ตู้สวิตช์บอร์ด และตู้อุปกรณ์ควบคุมอื่นๆ เพื่อขยายกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับโครงการที่กล่าวไปข้างต้น และการเพิ่มการผลิตของตู้สวิตช์เกียร์ ตู้สวิตช์บอร์ดในอนาคต
4. ตั้งโรงงานผลิตในประเทศกัมพูชา โดยผลิตสินค้าหม้อแปลงไฟฟ้า หม้อแปลงเครื่องวัด และตู้ควบคุมไฟฟ้าชนิดต่างๆ ในประเทศกัมพูชา เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนในฐานะผู้ผลิตในประเทศ และได้รับการส่งเสริมการลงทุน สำหรับขายสินค้าดังกล่าวโดยตรงกับการไฟฟ้ากัมพูชา
5.โครงการติดตั้งระบบจัดการพลังงาน (Factory Energy Management) มีแผนติดตั้งระบบบริหารจัดการพลังงาน เพื่อควบคุมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็น pilot project เพื่อนำเสนอลูกค้าภายนอกในอนาคต
6.โครงการธุรกิจไผ่ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วย 2 โครงการย่อย คือ ตั้งโรงผลิตต้นกล้าไผ่ (Bamboo Plant Factory-Tissue Culture) เพื่อพัฒนาต้นกล้าไผ่ ปลูกแม่พันธุ์ และลานอนุบาลต้นกล้าไผ่สายพันธ์ต่างๆ และผลิตสินค้าบรรจุภัณฑ์ปลอดเคมีจากเยื่อไผ่ (Bamboo Packaging) ซึ่งทั้งสองโครงการ ทางหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ให้ทุนร่วมในการ
สนับสนุน
ในด้านโครงสร้างรายได้ของ บมจ.พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น ส่วนใหญ่ยังคงมาจากรายได้การขาย คิดเป็นสัดส่วน 64.10% และมาจากรายได้จากการให้ บริการและโครงการก่อสร้าง 35.10% ขณะที่รายได้อื่น สัดส่วน 0.70%
ส่วนผลการดำเนินงาน ยังเติบโตได้ดี แม้จะเผชิญกับสถานการณ์โควิดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
ปี 2562 มีรายได้รวม 3,931.26 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 342.24 ล้านบาท
ปี 2563 มีรายได้รวม 4,054.89 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 279.96 ล้านบาท
ปี 2564 มีรายได้รวม 3,638.63 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 228.20 ล้านบาท
ส่วน 6 เดือนแรกของปี 2565 มีรายได้รวม 1,726.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 134.36 ล้านบาท
เติบโต 67.5%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
คงต้องมาลุ้นกันว่า หุ้น PCC ที่จะเคาะระฆังเทรด วันที่ 21 ตุลาคม 2565 จะสร้างผลตอบแทนให้นักลงทุนที่จองซื้อได้มากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าถือลง ทุนระยะยาว น่าจะมีอนาคตไกลเหมือนแผนธุรกิจในอนาคตอย่างแน่นอน