แนวโน้มตลาดวันนี้ (20 มี.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งซึมตัว นักลงทุนอยู่ในภาวะ risk-off การสู้รบ ตอ. กลางยกระดับสู่การโจมตีโครงสร้างพลังงานหลังอิหร่านโจมตีโรงงานก๊าซขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่กาตาร์ กระทบต่ออุปทานพลังงานในช่วงหลายปีข้างหน้า กังวล supply shortage-ขาดแคลนสินค้า-เงินเฟ้อพุ่ง ขณะที่ต้องติดตามความพยายามของ 5 ชาติยุโรป+ญี่ปุ่น ที่จะสร้างความปลอดภัยในการเดินเรือ
ประเด็นสำคัญ
• สภาผู้แทนฯ ได้ลงคะแนนโหวตและมีมติ 293 เสียงเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ คนที่ 33 (เลือกนายณัฐพงษ์ 119 เสียง และงดออกเสียง 86 เสียง) ติดตามรายชื่อ ครม. และกำหนดการถวายสัตย์ฯ และการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ก่อนรัฐบาลอำนาจเต็มจะเริ่มปฏิบัติงาน
• นายกฯ สั่งเร่งอัดน้ำมันเข้าสู่ระบบภายใน 1-2 สัปดาห์ และยืนยันไทยยังสามารถผลิตน้ำมันได้ตามปกติ ปัจจุบันกำลังการผลิตดีเซลถูกเร่งขึ้นสู่ 84 ล้านลิตร/วัน (ปกติ 77) เทียบกับความต้องการใช้และส่งออกสู่ลาวที่ 67 และ 5.3 ล้านลิตร/วัน ตามลำดับ ขณะที่การขาดแคลนน้ำมันเกิดจากความต้องการใช้ที่สูงผิดปกติจากการแห่กักตุน
• สมาคมผู้ผลิตเอทานอลไทยขานรับนโยบายภาครัฐสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือกและให้แก๊สโซฮอล์ E20 เป็นน้ำมันพื้นฐาน และพร้อมเพิ่มการผลิตรองรับ และได้ประเมินความต้องการใช้จะเพิ่มสู่ระดับ 6 ล้านลิตร/วัน จาก 3.5 ล้านลิตร/วัน มองเป็นบวกต่อผู้ผลิตพลังงานทางเลือก ทั้งเอทานอล รวมถึง ไบโอดีเซล อย่าง GGC BBGI UBE
• กกพ. เตรียมเพิ่มสัดส่วนการผลิตจากโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งมีต้นทุนราว 0.70 บาท/หน่วย เพื่อบริหารต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่สูงขึ้นตามราคา LNG โลกที่ล่าสุดพุ่งสู่ระดับ US$20/MMBtu หรือ +88% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ขณะที่ยังคงรักษาเสถียรภาพด้านระบบและราคาได้
• อิหร่านโจมตีโรงผลิตก๊าซ Ras Laffan Industry city ทำให้การผลิต LNG ของกาต้าร์หายไป 17% ของการส่งออกรวมและ LPG หายไป 13% ซึ่งจะต้องใช้เวลาซ่อมโรงผลิตนาน 3-5 ปี กระทบต่อลูกค้ายุโรปและเอเชีย มองเป็นลบต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) จะมีมาร์จิ้นลดลงจากต้นทุนนำเข้าก๊าซ LNG ที่สูงขึ้น และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA) จากอุตสาหกรรมชิปและ Data Center จะเผชิญภาวะขาดแคลนฮีเลียม
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET ยังอยู่ในภาวะ Risk-off และผันผวนสูง โดยหากวิกฤตการปิดช่องแคบฮอร์มุซลากยาวเกิน 1 เดือน จนส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent ทรงตัวสูงเหนือ US$90/bbl คาดจะเกิดปัญหาห่วงโซ่อุปทานโลกในระดับรุนแรง (Supply Shortage) ซึ่งจะลามไปสู่อุตสาหกรรมอื่นทั่วโลก โดยต้นทุนแฝงในภาคการผลิตจะเริ่มสะสมจนกดดันให้เกิดการขาดแคลนสินค้า และ/หรือ ราคาขายสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยและเกิดภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูง (Stagflation) ในกรณีเลวร้ายคาดจะกดดันให้ GDP ไทย และ EPS SET ลดลงเหลือ 1.1% และ 91.0 บาท ตามลำดับ ซึ่งหากอิง PER 14 เท่า (ระดับก่อนเงินทุนไหลเข้ารอบใหญ่) จะได้ SET ที่ระดับ 1275 จุด ส่วนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก (Fed, ECB, BoE, BoJ) ต่างมีมติคงดอกเบี้ยนโยบาย กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
Daily Top Picks
ADVANC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากธุรกิจมีความเสี่ยงจำกัดต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตต่อทั้งในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเตอร์เน็ต ARPU มีแนวโน้มสูงขึ้น และต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลงจากฐานที่สูง และมี Upside จากการใช้ประโยชน์ผลขาดทุนสะสมทางภาษี เป้าหมายระยะสั้นที่ 385 บาท
BANPU: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาถ่านหินที่ปรับขึ้นและความต้องการใช้ในภูมิภาคที่สูงขึ้นเพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า และได้ประโยชน์จากการลงทุนในสหรัฐฯ ในธุรกิจก๊าซฯ และโรงไฟฟ้าตามอุปสงค์ที่สูงขึ้น ตลาดประเมินผลประกอบการปี 69 จะพลิกกำไร 3.6 พันลบ. จากขาดทุน 2.0 พันลบ. ในปีก่อน เป้าหมายระยะสั้นที่ 6.30 บาท