Market

InnovestX  คาดตลาดแกว่งรอปัจจัยใหม่
17 ก.พ. 2569

แนวโน้มตลาดวันนี้ (17 ก.พ.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์  คาดตลาดแกว่งไซด์เวย์ Fund Flow ยังชะลอลดระดับการซื้อลง ติดตามความต่อเนื่องของกระแสเงินทุนต่อ GDP ไทย 4Q68 เติบโต2.5% สูงกว่าคาด และ รมว. คลังประเมินปี 2569 จะโต 3% หากทำได้จะหนุนตลาดระยะกลาง ปัจจัยภายนอกติดตาม การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งจะมีผลต่อราคาน้ำมัน และกรรมการเฟดหลายท่านกล่าวสุนทรพจน์ แต่คาดเฟดยังคงดอกเบี้ยต่อใน 1H69 ทางเทคนิค หากพักไม่นานไม่ควรหลุด 1430-1425 แนวต้าน 1445-1450 ผ่านได้จะขึ้นต่อ

 

ประเด็นสำคัญ

• สภาพัฒน์เผยเศรษฐกิจไทยใน 4Q68 เร่งตัวขึ้นสู่ +2.5%YoY สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ เร่งตัวขึ้นจากส่วนการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน (+3.3%) และการลงทุนรวม (+8.1%) ทำให้เศรษฐกิจทั้งปี 2568เติบโต 2.4% และสำหรับปี 2569 สภาพัฒน์คาดแนวโน้มเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ราว 2.0% (ช่วง 1.5-2.5%)

 

• BOI อนุมัติส่งเสริมการลงทุนผู้ผลิต HDD “WD” มูลค่า 2.3 พันลบ. เพื่อเดินหน้าโครงการวิจัย HAMR เพื่อยกระดับศักยภาพการจัดเก็บข้อมูลและรองรับการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน Data Center มองเป็นบวกต่อโมเมนตัมการลงทุนและเสริมความแข็งแกร่งของอุตฯ ดังกล่าว เป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มนิคมฯ (WHA AMATA)

 

• สนพ. เผยความคืบหน้าการจัดทำ PDP ฉบับใหม่ระยะ 25 ปี (ปี 2569-2593) อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วน RE จากโซลาร์, ลม รวมถึง SMR และการเพิ่มโครงการดักจับคาร์บอน (CCS) ทั้งนี้ตั้งเป้าจะจัดทำแผนให้เสร็จภายในปี

 

• 4Q68 GDP ญี่ปุ่นพลิกขยายตัว 0.2%YoY ช่วยให้ญี่ปุ่นรอดพ้นจาก Technical Recession แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ กดดันจากการใช้จ่ายผู้บริโภคที่อ่อนแอซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดของ GDP จากภาคครัวเรือนที่เผชิญภาวะเงินเฟ้อสูงกว่า 2%ต่อเนื่องเป็นเวลา 4 ปี

 

• ติดตามการประชุมเจรจาครั้งที่สองระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในเจนีวาคืนวันนี้ (17 ก.พ.) โดยคาดว่าจะมีการพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นพลังงาน, การลงทุนเหมือง และการซื้อขายอากาศยาน จากก่อนหน้านี้อิหร่านส่งสัญญาณประนีประนอมประเด็นนิวเคลียร์เพื่อแลกกับการคลายคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

 

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสพักตัวในกรอบ 1400–1460 จุด หลังดัชนีปรับขึ้นกว่า 14%YTD รับความชัดเจนทางการเมือง ซึ่งถือว่า Outperform ตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่ อย่างไรก็ดีมอง Valuation  SET ยังน่าสนใจ โดยปัจจุบันมี PER 2569F ที่ 15 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 16 เท่าของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ซึ่งหากความคาดหวังการเร่งดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ดึงดูด Fund Flow ไหลเข้าได้ต่อเนื่อง มองมีโอกาส SET จะปรับขึ้นไปบริเวณ 1500 จุดได้ ขณะที่การทยอยประกาศงบ 4Q68 ของหุ้น Real Sector รวมทั้งความผันผวนจากนโยบายต่างประเทศของ ปธน. ทรัมป์ ต่อภูมิรัฐศาสตร์ (ตะวันออกกลาง-ยุโรป) และสงครามการค้ากับจีน ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามและมีผลต่อบรรยากาศลงทุน ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้นตั้งรับ ไม่ไล่ราคา

 

Daily Top Picks

KTB: ปัจจัยกระตุ้นจากเป็นหุ้นปันผลสูงที่น่าสนใจ คาดจะการปรับเพิ่มอัตราจ่ายปันผลมากที่สุด โดยคาด Div. Yield สำหรับ 2H68 จะอยู่ในระดับสูงที่ 5.5% และ 7.2% ในปี 2569ความเสี่ยงคุณภาพสินทรัพย์ต่ำกว่าธนาคารอื่น ขณะที่ Valuation น่าสนใจด้วย PBV 2569F ที่ 0.9 เท่า เทียบ ROE ที่ 10% สูงกว่ากลุ่ม เป้าหมายระยะสั้น 32.50 บาท

 

CHG: ปัจจัยกระตุ้นจากกำไรปกติที่จะกลับสู่ทิศทางขาขึ้นอีกครั้ง โดยกำไรปกติ 4Q68 คาดที่ 242 ลบ. พลิกขยายตัว 37%YoY หลังหดตัวติดต่อกัน 4 ไตรมาส หนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและ EBITDA Margin ที่สูงขึ้น ขณะที่ Div. Yield น่าสนใจที่ 3.2% สำหรับ 2H68 และ 4.9% สำหรับปี 2569 เป้าหมายระยะสั้นที่ 1.72 บาท

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com